ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 895 ลางร้าย / ตอนที่ 896 อย่าไปฟังเด็กโง่
ตอนที่ 895 ลางร้าย / ตอนที่ 896 อย่าไปฟังเด็กโง่
ตอนที่ 895 ลางร้าย
เจียงจิ้นลู่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จากนั้นศีรษะของเขาก็หันไปมองที่เซี่ยเฉียวอีกครั้ง
แต่เมื่อเขาเห็นว่ารัชทายาทเองก็กำลังมองนางอย่างอ่อนโยนในเวลานี้ และไม่รู้ว่าคนทั้งสองกำลังพูดถึงอะไรกันอยู่ คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นอีกครั้ง
ต่อไปฝ่าบาทจะเป็นโอรสสวรรค์ หากแม้แต่โอรสสวรรค์ก็ยังเชื่อเรื่องพวกนี้ ต่อไปเขาจะไม่อยากมีชีวิตยืนยาวไม่แก่ไม่เฒ่าหรือ ตั้งแต่โบราณมาฮ่องเต้ที่เชื่อนักพรตพวกนี้ต่างก็ต้องการหลอมยาอมตะจนเป็นภัยต่อชาวประชาทั้งนั้น
กลัวจะเป็นลางไม่ดี!
แม้ว่าเขาจะคิดอย่างนั้นในใจ เจียงจิ้นลู่ก็ไม่สามารถรีบพุ่งเข้าไปปิดปากศิษย์พี่ใหญ่ของเขาเพื่อที่จะให้นางหยุดเผยแพร่ลัทธิเต๋าได้
เขาได้แค่คิดที่จะโน้มน้าวต่อไป
หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และเขายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ!
งานเลี้ยงสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว เซี่ยเฉียวและบรรดาศิษย์น้องของนางส่งอาจารย์กลับไปก่อนแล้วจึงกลับไปที่ห้องพักของตนเองเพื่อพักผ่อน
ต้องบอกว่าการต้อนรับขับสู้ของตระกูลเหมิงนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ พวกเขายังส่งสาวใช้มาคอยดูแลปรนนิบัติเป็นพิเศษอีกด้วย ห้องพักก็ตกแต่งอย่างเอาใจใส่ กระทั่งรู้ว่าพวกเขาเป็นคนรักหนังสือ พวกเขาก็เตรียมหนังสือไว้ให้มากมาย มีบางเล่มที่เซี่ยเฉียว สนใจเป็นอย่างมากจริงๆ
แต่เซี่ยเฉียวก็ยังคงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“ลูกชายและหลานชายของนายท่านผู้เฒ่าสิบสามอยู่บ้านกันทั้งคู่หรือไม่” คำถามนี้นางถามศิษย์น้องห้ามาก่อนแล้ว แต่เด็กนั่นตอบไม่ตรงคำถาม เซี่ยเฉียวจึงถามเอากับสาวใช้ที่ถูกส่งคนมาปรนนิบัติข้างกายอีกครั้ง
สาวใช้น่ารักมารยาทดีมาก “นายท่านใหญ่ของเราแข้งขาไม่ดี และไม่ชอบออกไปข้างนอก ส่วนคุณชายบางครั้งก็เป็นหวัดได้ง่าย กลัวจะมีปัญหาเวลาออกไปเจอแขก ดังนั้นหลายวันมานี้จึงพักรักษาตัวอยู่ที่เรือนรับรองตลอด”
“แค่เป็นหวัดเป็นครั้งคราวหรือ” เซี่ยเฉียวถาม
สาวใช้ไม่รู้และงงเล็กน้อยกับคำพูดของเซี่ยเฉียว “ใช่แล้ว เป็นอย่างนั้นจริงๆ”
“นายท่านใหญ่และคุณชายของพวกเจ้านิสัยเป็นอย่างไรหรือ” เซี่ยเฉียวอดถามไม่ได้
“นายท่านใหญ่มีนิสัยอ่อนโยนและดีต่อบ่าวรับใช้อย่างพวกเรามาก เพียงแต่ตอนนี้แข้งขาของท่านไม่ดี จึงได้แต่อุดอู้อยู่ในห้อง ไม่ค่อยพูดอะไรนัก” สาวใช้อธิบายอย่างระมัดระวัง “ส่วนคุณชายน้อยก็หน้าตาดี สง่างามและโดดเด่น เป็นความภาคภูมิใจของนายท่านผู้เฒ่าของเรา เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาบ่าวได้มีโอกาสรับใช้ในเรือนของคุณชาย ในเวลานั้นบ่าวยังเด็กอยู่ แต่ก็ได้เห็นจากที่ไกลๆ ว่าคุณชายอ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืนไม่กินไม่นอน…นายท่านผู้เฒ่าเคยบอกว่าหากคุณชายขยันตั้งใจมากขนาดนี้ ต่อให้ต้องจะสูญเสียทรัพย์สมบัติของครอบครัวทั้งหมด ก็ควรให้คุณชายไปสอบจอหงวน”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งสับสนมากขึ้น
ในเมื่อเขาอยากให้หลานชายไปจอหงวน แล้วทำไม…ถึงอยากให้เด็กน้อยอายุสี่ห้าขวบที่เขารับเป็นลูกบุญธรรมไปกราบนักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงเป็นอาจารย์ แทนที่จะส่งหลานชายของตนเองไปเสนอตรงหน้าอาจารย์?
“คุณชายน้อยของพวกเจ้าเก่งจริงหรือ” คงจะไม่ได้โง่เกินไปจนคิดว่าอาจารย์จะไม่รับเป็นศิษย์?
สาวใช้พยักหน้า นัยน์ตาเป็นประกายเล็กน้อย “แน่นอนอยู่แล้ว คุณชายจบชั้นเรียนเตรียมความพร้อมเมื่ออายุได้สามขวบ และเมื่อเขาอายุได้เจ็ดขวบก็เขียนบทความขึ้นมาบทหนึ่งซึ่งได้รับคำชมจากอาจารย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในป้อมเหมิงอย่างมาก ตอนอายุสิบห้าปีคำพูดของคุณชายในบทความถูกคัดลอกและตีพิมพ์โดยร้านหนังสือใหญ่ๆ และถูกพ่อค้านำไปขายในที่อื่นๆ ด้วย…”
“ที่อื่น? คูณชายน้อยของเจ้าชื่ออะไร” เซี่ยเฉียวด้วยความสงสัย
ตอนที่นางอยู่ที่วัดสุ่ยเย่ว์ นางก็ได้พบกับพ่อค้ามากมายและเคยได้ยินเกี่ยวกับป้อมเหมิงจยา
“คุณชายชื่อว่าเหมิงหยินเจ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ยด้วยความเคารพ
“เหมิงหยิน…เหมิงหยิน…” เซี่ยเฉียวพึมพำสองครั้ง ในสมองคิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบจนสามารถดึงชื่อดังกล่าวออกมาจากความทรงจำของนางได้จริงๆ
นางจำได้…อย่างน้อยก็น่าจะแปดหรือเก้าปีแล้ว…
ในเวลานั้นนางได้หนังสือรวบรวมบทกวีมาเล่มหนึ่ง และบทกวีในนั้นเขียนได้ไม่เลวเลย ดูจากคำและประโยคของเขาแล้วนางก็สามารถบอกได้เลยว่าผู้เขียนจะต้องยังเด็กมาก นางจึงได้ถามถึงเขา
ตอนที่นางได้ยินว่าเขายังอายุน้อย นางยังเขียนจดหมายถึงอาจารย์เพื่อชมเชยเขา นางรู้สึกว่าคนนี้ดีมาก คำพูดของเขาก็อ่อนโยนและเก็บตัว และหากอาจารย์ชอบก็สามารถรับเขาเข้าสำนักได้ นางก็จะได้มีศิษย์น้องเพิ่มขึ้นอีกคน
ตอนที่ 896 อย่าไปฟังเด็กโง่
คนผู้นี้มีความสามารถมาก ในเวลานั้นนางจึงระบุให้พ่อค้าที่เดินทางไปมาว่า ให้พวกเขานำหนังสือของคนผู้นี้มาบ้างเมื่อพวกเขาผ่านป้อมเหมิงจยา
เพียงแต่ต่อมาก็ไม่มีข่าวคราวอีก
นานไปนางก็ลืมเสียสิ้น
โชคดีที่สมองนางใช้การได้ดี เมื่อนึกถึงชื่อนี้แล้วนางก็ยังนึกขึ้นมาได้
“แล้วตอนนี้พรสวรรค์ของคุณชายเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง สองปีมานี้เขาได้เขียนบทกวีบทความที่มีชื่อบ้างหรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามช้าๆ ราวกับกำลังคุยเรื่องทั่วไปในบ้านกับสาวใช้
สาวใช้ส่ายหน้า “คุณชายน้อยมักจะอ่านหนังสืออย่างหนักอยู่ในเรือนรับรอง และไม่ค่อยกลับบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นนายท่านผู้เฒ่าของเราที่ไปเยี่ยม หลายปีที่ผ่านมาเขามีความถ่อมตนมากขึ้นและออกมาให้เห็นน้อยนัก”
“คุณชายของพวกเจ้าอายุเท่าไรแล้ว แต่งงานแล้วหรือไม่” เซี่ยเฉียวถามอีก
นางถามลึก แต่สาวใช้ก็ไม่อายที่จะตอบ
“ปีนี้คุณชายน่าจะอายุยี่สิบสามยี่สิบสี่ปีแล้วกระมัง เรื่องวันเกิดนี้…บ่าวก็ไม่รู้เหมือนกัน ตระกูลเหมิงไม่เคยจัดงานเลี้ยงวันเกิดเลย ส่วนเรื่องแต่งงานก็ยังไม่แต่ง แต่คุณชายหมั้นหมายแล้ว ฝ่ายหญิงไม่ได้มาจากป้อมเหมิงจยา เพียงแต่ฝ่ายหญิงกำลังไว้ทุกข์ งานแต่งจึงได้ล่าช้าออกไป คุณชายก็รออยู่ตลอด” สาวใช้เอ่ย
เซี่ยเฉียวครุ่นคิด
นางรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
แต่นางก็ไม่ได้ถามอะไรอีกและให้สาวใช้ออกไปก่อนจะพักผ่อน
เช้าวันรุ่งขึ้นเซี่ยเฉียวก็ไปหาบรรดาศิษย์น้องของนางและให้พวกเขามาอยู่ที่เดียวกัน
ศิษย์น้องทุกคนนั่งลงอย่างว่าง่ายและมองนางอย่างสุภาพ
เซี่ยเฉียวในเวลานี้นับว่าได้สัมผัสความสุขที่ได้เป็นศิษย์พี่ใหญ่แล้ว แค่ศิษย์น้องทั้งสามอยู่ด้วยกันเช่นนั้นก็ทำให้นางเพลินตาเพลินใจแล้ว
น่าเสียดายที่ศิษย์น้องสามและศิษย์น้องสี่ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ไม่อย่างนั้นคงเป็นบุญตาของนางแล้ว
“ศิษย์พี่ใหญ่ตามพวกเรามาทำไม” แววตาของเซียวอวี้หรงนั้นบริสุทธิ์ที่สุด แม้ว่าเขาจะ ‘รู้จักความสามารถของตัวเองดี’ อยู่แล้ว แต่ดวงตาของเขาเมื่อมองไปที่เซี่ยเฉียวยังคงเต็มไปด้วย…ความชื่นชม
“มีเรื่องสำคัญ” เซี่ยเฉียวกระแอมหนึ่งที “เรื่องนั้น… พวกเจ้าคิดว่าตระกูลเหมิงนี้มีอะไรผิดปกติหรือไม่
“ไม่มีนี่ ตระกูลเหมิงดีมาก พวกเขามีมารยาทกับข้าและอาจารย์มาก ศิษย์พี่รู้สึกว่ามีตรงไหนที่พวกเขาดูแลได้ไม่ดีหรือ” เจียงจิ้นลู่รีบตอบทันที
“ไม่มีหรอก ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าตระกูลเหมิงนี้มีความลับ” เซี่ยเฉียวมีสีหน้าจริงจัง
เจียงจิ้นลู่อดยิ้มไม่ได้ “ศิษย์พี่ หรือว่าวิญญาณบอกท่านอีกแล้ว แม้ว่านายท่านผู้เฒ่าเหมิงผู้นี้จะเป็นพ่อค้า แต่เขาก็เคยเรียนหนังสือมาก่อน ตอนที่พวกเราพบกันระหว่างทาง เขาก็ปฏิบัติต่อเราด้วยความสุภาพ ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่รู้ว่าเขาช่วยหายามาให้ศิษย์พี่สามมากมายเท่าไรแล้ว…”
“หรือว่าแม่นางที่ร่ายรำเมื่อวานทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ไม่พอใจ ข้าหวังว่าศิษย์พี่ใหญ่จะเข้าใจเรื่องนี้หน่อย ถึงอย่างไรพ่อค้าก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะแสวงหาผลกำไร เขาก็ทำเพื่อที่จะหาอนาคตที่ดีให้กับหญิงสาวในครอบครัวเท่านั้น หากศิษย์พี่ใหญ่ไม่ชอบก็อย่าไปมองเสีย อย่าได้โกรธเคืองเลย” เจียงจิ้นลู่ค่อนข้างเจ้าอารมณ์
“ศิษย์พี่ใหญ่พูดต่อไป อย่าไปฟังเด็กโง่คนนี้เลย” จ้าวเสวียนจิ่งสรุปในภายหลัง
“…” เจียงจิ้นลู่ตกตะลึงไปทันที
เขา…ก็ยังไม่ได้พูดอะไรนี่…
เดิมทีก็เป็นศิษย์พี่ใหญ่ที่ทำตัวแปลกๆ ไม่ใช่หรือ…
“เจ้าวางใจได้ เขาเป็นคนโง่ เมื่อวานนี้ข้าก็รู้แล้ว ข้าจะไม่เก็บมาใส่ใจหรอก เพียงแต่นิสัยเขาอย่างนี้ต่อไปจะต้องต่อสู้ในราชสำนัก มันน่ากังวลจริงๆ” เซี่ยเฉียวลูบหน้าผากของตนเองราวกับว่านางเป็นห่วงเจียงจิ้นลู่จริงๆ กระนั้น
“…” เจียงจิ้นลู่ยิ่งจนใจ
นิสัยของเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่ ที่อาจารย์คอยกดเขาไว้ไม่ให้เขาไปสอบ นั่นเป็นเพราะเขาหน้าเด็กเท่านั้น…
มันไม่เกี่ยวอะไรกับนิสัยเลย
“ศิษย์พี่ใหญ่ช่วยอธิบายเรื่องที่ท่านพูดเมื่อครู่นี้อีกทีได้หรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งกลับเขาประเด็น
“ยังเป็นเจ้าที่พูดรู้เรื่องที่สุด” เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างเมตตาให้จ้าวเสวียนจิ่งแล้วพูดต่อ “เป็นอย่างนี้ เมื่อวานนี้ข้าถามสาวใช้มาแล้ว และได้รู้ว่าบ้านนี้ยังมีคุณชายน้อยที่มีอายุมากกว่าศิษย์น้องห้าและรุ่นราวคราวเดียวกับศิษย์น้องสาม แต่เราก็ไม่เคยพบเจอ กระทั่งว่า…ฟังจากคำพูดของสาวใช้ หลายปีก่อนคุณชายน้อยคนนี้มีพรสวรรค์มากๆ แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ชื่อเสียงของเขาก็ยังคงอยู่ แต่ตัวเขา…กลับเหมือนถูกขังไว้ไม่ปรากฏตัวเลย”