ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 829 แย่แล้ว / ตอนที่ 830 พวกเขาสมควรโดน
ตอนที่ 829 แย่แล้ว / ตอนที่ 830 พวกเขาสมควรโดน
ตอนที่ 829 แย่แล้ว
ความจริงแล้วตอนนี้ท้องฟ้าก็ยังไม่ได้ค่ำ ท้องฟ้าก็ยังไม่ได้มืดมาก
บนรถม้าของเซี่ยเฉียวก็มีขนมของว่างอยู่ไม่น้อยจึงไม่ต้องกังวลว่าจะหิว
หลังจากที่ปล่อยม้าไปแล้ว พวกนางทั้งสามก็มองไปรอบๆ ในขณะที่คนขับรถม้าก็รออยู่ที่เดิม
พวกนางเพิ่งจะเข้าทางขึ้นเขามา
ภูเขาลูกนี้ไม่ได้ดูพิเศษอะไร แต่ให้ความรู้สึกเหมือนมีเมฆหมอกหนา ให้อารมณ์ ‘เทพเซียน’ เล็กน้อย
“ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรพิเศษนะ” อวี๋เซียนมองไปรอบๆ พลางส่ายศีรษะ “ไม่มีอะไรเลยสักนิด?”
“หลังจากพระอาทิตย์ตกดินก็น่าจะไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะ” เซี่ยเฉียวกลับรู้สึกได้ถึงความวิกฤติ
อาศัยช่วงเวลาที่ฟ้ายังไม่ทันมืด เซี่ยเฉียวก็หยิบเหรียญทองแดงออกเสี่ยงทาย
อวี๋เซียนที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกสงสัย
แม่นางเซี่ยยังรู้วิชานี้ด้วย? นอกจากนั้น…ฉากนี้…
อวี๋เซียนอดนึกถึงนักพรตเซียนในตอนนั้นมาได้ นางก็เป็นเช่นนี้ นางนำของออกมาทำนายด้วยท่าทางจริงจัง ปากก็พึมพำท่องอะไรไปเรื่อย…
จริงสิ รูปร่างของนางก็พอๆ กัน ส่วนการกระทำ…เหมือนกันไม่มีผิด!
ในใจอวี๋เซียนรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ
แต่เวลานี้เซี่ยเฉียวกำลังตั้งอกตั้งใจทำนาย นางจะไปรบกวนก็คงไม่ดี
หลักจากผ่านไปสักพัก นางจึงเอียงคอถามขึ้นมา “แม่นางเซี่ย ทำนายออกมาเป็นอย่างไรบ้าง”
ก่อนจะมาเมืองหลวงนางคงไม่เชื่อเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน เมื่อนางได้พบเจอปรมาจารย์ที่สามารถคำนวณดวงชะตาได้เช่นนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพนับถือขึ้นมาเล็กน้อย!
คนที่ทำนายได้ล้วนแต่เก่งกาจทั้งนั้น!
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น “ไม่ค่อยดี”
ไม่เพียงแต่ไม่ค่อยดีเท่านั้น ยังเป็นคราวถึงฆาตอีกด้วย
นางแย่แล้วที่ออกจากบ้านมาโดยไม่ได้ดูปฏิทิน วันซวย!
ตัวนางซวยไม่เป็นไรหรอก แต่ที่นี่ยังมีเฝิงหยิงหยิงและอวี๋เซียนแม่นางน้อยสองคนที่ไม่รู้อะไรอยู่ด้วย หากพวกนางต้องมาพลอยตายไปด้วย ต่อไปนางไม่ต้องเกิดเป็นหมูเป็นหมาหรอกหรือ
ใบหน้าเซี่ยเฉียวคล้ายกับเคลือบด้วยน้ำแข็งชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นนางก็หยิบยันต์ออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่สามปึก
นางยัดมันเข้าอกเสื้อของทุกคนคนละปึกรวมถึงคนขับรถม้าด้วย
“ซ่อนไว้ในเสื้อให้ดี อย่าให้หายล่ะ ที่นี่ไม่ดี จะมีโชคร้าย” เซี่ยเฉียวเคร่งขรึมอย่างยิ่ง จากนั้นนางก็ดึงเชือกสีแดงออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่จำนวนหนึ่ง นางเคลื่อนไหวมือสานเชือกนั้นจนออกมาเป็นรูปร่างแปลกๆ จากนั้นจึงนำมันไปแขวนไว้บนรถม้า
อวี๋เซียนเองก็ไม่เข้าใจ
แต่ท่าทางราวกับจะเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ของเซี่ยเฉียวทำให้พวกนางทั้งสองต้องรู้สึกตกใจไม่น้อย
“หากมันเป็นปัญหาขนาดนั้น พวกเรากลับไปเสียตอนนี้ก็ได้นี่?” อวี๋เซียนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย
“ออกไปไม่ได้แล้ว เชื่อไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ย
มนุษย์กับสัตว์มีบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน มนุษย์นั้นดึงดูดพลังโชคร้ายได้มากกว่า กลิ่นอายก็ซับซ้อนกว่า ม้าตัวนั้นกลับออกไปตัวเดียวย่อมปลอดภัยตลอดทางไม่มีปัญหาอะไร แต่หากมันพาใครไปด้วย เกรงว่าคงจะได้วกวนอยู่แถวนี้แหละ
“หมายความว่าอย่างไร…” อวี๋เซียนสงสัย แต่สีหน้าของนางดูไม่เหมือนหวาดกลัวแต่อย่างใด
“วันนี้พวกเราพบกับวิญญาณพวกนั้น จึงมีพลังหยินพลังชั่วร้ายติดตัวมาด้วย ดังนั้นเมื่อพวกเราเข้ามาในอาณาเขตนี้ก็น่าจะถูกกักขังไว้แล้ว ตอนนี้คงจะออกไปไม่ได้สักระยะ” เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อย เมื่อนางเห็นว่ายังไม่ได้มืดค่ำจึงเอ่ยขึ้นทันที “ทิ้งรถไว้ที่นี่ก่อน หากไม่เชื่อ ข้าจะพาพวกเจ้าลองเดินกลับไปดู”
อวี๋เซียนพยักหน้า ถึงอย่างไรก็ยังไม่มืด ลองดูหน่อยดีกว่า
เฝิงหยิงหยิงไม่ได้รู้สึกว่ารอบข้างน่ากลัวอะไรแต่อย่างใด แต่นางถูกคำพูดของเซี่ยเฉียวทำให้ไม่กล้าพูดอะไรอีก
พี่สาวทั้งสองพูดอย่างไร นางก็ทำตามอย่างนั้น ช่างว่าง่ายยิ่งนัก
อวี๋เซียนจำได้ว่าทางขึ้นภูเขามานั้นไม่ได้อยู่ไกลนัก น่าจะพอจำได้อยู่ นางจึงออกตัวนำหน้าเอง
มุ่งหน้าไปทีละก้าวๆ
แต่หลังจากผ่านไปสองเค่อนางก็มองเห็นรถ
“…” อวี๋เซียนงงงันไปเล็กน้อย นางชี้ไปยังทิศทางที่ตนเองเพิ่งจะเดินไป จากนั้นก็ชี้ไปที่รถ “นี่…หลงทางแล้ว?”
“ถูกต้อง” แววตาของเซี่ยเฉียววาบขึ้นเล็กน้อย
หลงทาง?…หึ นี่มันผีบังตาต่างหาก
ตอนที่ 830 พวกเขาสมควรโดน
อวี๋เซียนงงงวยเล็กน้อย ที่ตรงนี้ก็ไม่ได้ใหญ่อะไรนัก คงไม่ถึงกับหลงทางได้หรอกกระมัง
แต่เมื่อมาคิดดูให้ดี ดอกไม้ต้นไม้ในป่าก็เหมือนๆ กัน บางทีตอนที่เดินๆ ไปนางก็อาจจะจำทิศทางไม่ได้จนเมื่อครู่นี้จำทางผิด?
“พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้นะ ข้าจะไปสำรวจทางก่อน” อวี๋เซียนเอ่ยขึ้นหลังจากนิ่งคิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง
ร่างกายของเซี่ยเฉียวและเฝิงหยิงหยิงไม่ได้แข็งแรงเท่านาง หากหลงทางขึ้นมาจริงๆ ก็ควรที่จะประหยัดแรงเอาไว้ก่อน
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่ได้ห้ามนางไว้
ขณะที่อวี๋เซียนออกไปสำรวจเส้นทาง เซี่ยเฉียวก็เก็บของบนรถม้าเล็กน้อย
กินอาหารนอกสถานที่
เฝิงหยิงหยิงรู้สึกประหม่าเล็กน้อยในตอนแรก แต่เมื่อเห็นท่าทีที่สงบนิ่งของเซี่ยเฉียว นางก็สงบใจลงได้
“แม่นางเซี่ย ทำไมตะกร้าไม้ไผ่ของท่านนี้ไม่ว่าอะไรๆ ก็มีไปหมดทุกอย่าง” เฝิงหยิงหยิงตกใจเมื่อเห็นเซี่ยเฉียวนำดาบเล่มหนึ่งออกมาจากตะกร้าไม้ไผ่อย่างคาดไม่ถึง
แม่นางเซี่ยเป็นผู้หญิงนะ นางพกของแบบนี้ออกมาจากบ้านด้วย…
ไม่ค่อยเหมือนกับที่นางคิดไว้เท่าไร
“ก็แค่ดาบเล่มหนึ่งเท่านั้น ข้ามีแรงไม่มาก ดังนั้นของที่จะนำติดตัวออกมาจากบ้านด้วยก็ต้องคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน หากข้าห้าวหาญเหมือนพี่ชายใหญ่ ตอนออกจากบ้านข้าก็คงจะพกกระโจมมาด้วยแล้ว พอตกกลางคนพวกเราจะได้ไม่ต้องเบียดกันนอนบนรถม้า” เซี่ยเฉียวถอนหายใจด้วยความรู้สึกเสียดาย
ล้วนแต่เกิดจากมารดาคนเดียวกันทั้งคู่ แต่พี่ชายใหญ่ของนางกลับบึกบึนมีแรงมาก แล้วนางเล่า?
จะหายใจแต่ละทีก็ยังลำบาก
แตกต่างกันมากเกินไปจนทำให้วันนี้นางรู้สึกอิจฉาขึ้นมาอีกแล้ว
“กระโจม…วันนี้พวกเราแค่ออกมาซื้อของเท่านั้นนะ…” เฝิงหยิงหยิงแอบจิ๊ปาก
กระโจมในภาพจำของนางนั้นล้วนแต่มีขนาดใหญ่โต ถึงอย่างไรมันก็เป็นของที่ใช้ในการออกทัพจับศึก ราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ นอกจากนั้น ตอนที่กางออกก็ดูเหมือนว่าจะยุ่งยากมากด้วย
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยใช้วัสดุของแพหนังแกะมาทำแบบง่ายๆ ออกมาหลังหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้นำมาด้วย แต่รถม้าก็พอจะถูไถไปได้แล้ว หากตอนกลางคืนรู้สึกเบื่ออึดอัดก็ออกมาเดินรับลมได้ แต่ข้าว่าคืนนี้คงจะนอนไม่หลับหรอก” เซี่ยเฉียวถอนหายใจอีกครั้งด้วยความรู้สึกผิด
“ข้าไม่ได้ขี้ขลาดขนาดนั้น” เฝิงหยิงหยิงรีบเอ่ย
เซี่ยเฉียวมองออกว่า เฝิงหยิงหยิงนั้นจะต้องกล้าหาญกว่าคนทั่วไปอยู่บ้าง
มิฉะนั้นนางคงจะไม่ตามนางมาหรอก
“แต่ว่าแม่นางเซี่ย วิญญาณที่ท่านสัมผัสได้เมื่อครู่ตอนนี้อยู่บนเขาลูกนี้หรือไม่ คงจะไม่ใช่ภูตภูเขาหรือสัตวประหลาดหรอกกระมัง” เฝิงหยิงหยิงเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
ก่อนหน้านี้นางคิดว่าแม่นางเซี่ยเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอบอบบาง แต่ตอนนี้นางรู้สึกว่า…
นางเหมือนโจรคนหนึ่งอยู่บ้าง
คำพูดนี้ไม่ได้มีเจตนาดูถูก แต่นางเพียงจะบอกว่าเซี่ยเฉียวกับท่านลุงเซี่ยที่นางเห็นวันนี้มีลักษณะนิสัยค่อนข้างคล้ายคลึงกัน
ตอนที่นางบอกว่าจะตามวิญญาณไป ในสายตาเซี่ยเฉียวก็ราวกับมีแสงไฟลุกโชน ชั่วขณะนั้นนางรู้สึกว่าเซี่ยเฉียวไม่ได้กำลังไล่ตามวิญญาณ แต่เป็นเงินมากกว่า
นอกจากนี้ คนอื่นว่ากันว่านางเป็นพวกอายุสั้น แต่เมื่อครู่ที่พวกนางกำลังหาทางออกอยู่นั้น ฝีเท้าของแม่นางเซี่ยผู้นี้ยังเบาและไวกว่านางเสียอีก!
“อันที่จริงแล้วคนตายกับคนเป็นไม่ได้ต่างกันมากนัก โดยเฉพาะวิญญาณที่ยังมีความรู้สึกตัวอยู่ ความเป็นอยู่ก็ไม่ได้ต่างไปจากตอนที่ยังมีชีวิตมากนัก” เซี่ยเฉียวพูดตามตรง “เพียงแต่ในหมู่คนเป็นก็ยังมีพวกวายร้ายที่ทำให้คนอื่นไม่กล้าสบตานานๆ แล้วนับประสาอะไรกับคนตายเล่า”
“ก็ใช่ ก็เหมือนกับที่นักเล่าเรื่องพูดไว้ว่า อันที่จริงพวกปีศาจนั้นไม่ได้เลวร้ายเลย” เฝิงหยิงหยิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่ง
พอพูดออกมาอย่างนั้น นางก็ไม่ค่อยกลัวเท่าไรแล้ว
“แต่ว่า ทำไมท่านต้องไล่ตามพวกเขาด้วยเล่า วิญญาณที่ทำเรื่องชั่วร้ายเมื่อครู่นี้จะต้องไม่ดีแน่ แล้วจะไล่ตามพวกเขาทำไม” เฝิงหยิงหยิงไม่เข้าใจเท่าใดนัก
เซี่ยเฉียวนิ่งเงียบไปเล็กน้อย
“คันไม้คันมือน่ะ ข้ารู้สึกว่าพวกเขาควรต้องโดนสักหน่อย” คำพูดนี้ของเซี่ยเฉียวก็เป็นแค่คำพูดล้อเล่นสนุกๆ เท่านั้น