ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 773 ชื่อเสียงมีประโยชน์อะไร / ตอนที่ 774 โยนออกไป
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 773 ชื่อเสียงมีประโยชน์อะไร / ตอนที่ 774 โยนออกไป
ตอนที่ 773 ชื่อเสียงมีประโยชน์อะไร / ตอนที่ 774 โยนออกไป
ตอนที่ 773 ชื่อเสียงมีประโยชน์อะไร
เดิมทีใต้เท้าต่งไม่ได้มีความคิดเช่นนี้ แต่หลังจากที่เขากลับมาบ้านแล้วจึงได้ยินบ่าวรับใช้พูดกัน
เซี่ยผิงกั่งหัวเราะอย่างประชดประชันออกมาทันที “หากข้าคิดจะบีบบังคับให้นางแต่งงาน ข้าใช้ดาบพาดคอเจ้าจะไม่สะใจกว่าการบีบบังคับหญิงสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งหรอกหรือ”
ใต้เท้าต่งผู้เป็นบิดาโกรธจัด
“ใต้เท้าต่ง เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบให้กระจ่าง จะมาพูดจามั่วๆ ไม่ได้ วันนี้ข้าบังเอิญอยู่ที่นี่ด้วยพอดี ก็เลยนำคนจากศาลตัดสินคดีมาตรวจสอบด้วย จะได้ตรวจสอบให้รู้ไปว่าสาเหตุการตายของคนผู้นี้เป็นเพราะอะไรกันแน่ และยังสามารถคืนความยุติธรรมให้ท่านได้ด้วย” ไม่ง่ายที่ใครจะโต้แย้งรับสั่งของรัชทายาท
อันที่จริงแล้วใต้เท้าต่งอยากจะฝังศพลูกสาวไปเสียเร็วๆ มากกว่า
ศาลตัดสินคดีเข้ามาเกี่ยวข้องแบบนี้ไม่ใช่ชื่อเสียงที่ดีนัก
แต่เขาก็ไม่สามารถคัดค้านรัชทายาทได้อย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะเมื่อพระองค์…ทรงหวังดี
เขาได้แต่ต้องกัดฟันเชิญคนเข้าไปข้างใน
ตอนนี้พวกเขาสามารถเข้าไปในห้องของหญิงสาวได้แล้ว
เซี่ยผิงกั่งมองต่งอีอวิ๋นเป็นผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่ง ท่าทีของเขาจึงแตกต่างไปจากเวลาปกติ และละเอียดรอบคอบขึ้นเล็กน้อย
การตกแต่งในห้องของเด็กผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างธรรมดา ไม่ฟุ่มเฟือยเกินไปหรือเรียบง่ายเกินไป ซึ่งถือว่าเป็นปกติไม่ได้มีอะไรแปลกประหลาด สิ่งที่แตกต่างออกไปเพียงอย่างเดียวก็คือ ภายในห้องของนางมีตู้หนังสืออยู่หนึ่งใบซึ่งบรรจุหนังสือเบ็ดเตล็ดอยู่จำนวนไม่น้อยเลย
ได้ยินมาว่าตอนที่แม่นางต่งเสียชีวิตนางไม่ได้แต่งตัวเรียบร้อยมาก แต่ตอนนี้มีการเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้ว ผมของนางก็ได้รับการหวีแล้ว สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก
“ก่อนที่คุณหนูของพวกเจ้าจะตายมีอะไรผิดปกติบ้างหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งเริ่มเอ่ยปากถาม
เหล่าสาวใช้ก็ตกใจตัวสั่นด้วยความกลัว
พวกนางร่ำไห้จนตาบวม พอถูกถามก็ตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “คุณหนู คุณหนูของพวกเรา ตั้งแต่วันที่หมั้นหมายเป็นต้นมานางก็มักจะร้องห่มร้องไห้อยู่เสมอ นางพูดว่าชีวิตนางขมขื่น และยังพูดว่านางกลัว บางครั้งก็จะโกรธขึ้นมา…อารมณ์ไม่มั่นคงอย่างยิ่ง”
เช่นนั้นแล้วทุกคนจึงรู้สึกว่านางถูกเซี่ยผิงกั่งทำให้หวาดกลัว
“เป็นไปไม่ได้ ข้าพบนางก่อนวันหมั้นหนึ่งวัน สภาพจิตใจของนางไม่ได้ดูมีปัญหาอะไรเลย” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยทันที
จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็น “เมื่อเร็วๆ นางกินอะไรเข้าไปบ้าง”
“กิน? ก็ ก็กินตามปกตินะเพคะ…กับข้าวเรียบง่าย ไม่ได้มีอะไรแตกต่างออกไป…” สาวใช้ตอบตามความจริง
“ก่อนที่จะหมั้น ข้าได้ยินว่ามีคนร้ายบุกเข้าห้องของนาง คนร้ายผู้นั้นเป็นใคร สืบได้ความแล้วหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้นมาอีก
คนที่อยู่ในห้องมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
โดยเฉพาะใต้เท้าต่งที่โกรธจนตัวสั่น “เจ้า เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล! นางตายไปแล้ว เจ้ายังคิดที่จะทำลายชื่อเสียงของนางอีกหรือ”
จะให้เรื่องแบบนี้แพร่งพรายออกไปได้อย่างไร!
อีกอย่าง ในเมื่อเป็นการสืบคดี ข้างๆ ย่อมมีคนคอยจดบันทึกเรื่องราวอยู่ คำพูดพวกนี้ล้วนเป็นหลักฐานในศาล!
เซี่ยผิงกั่งไม่สนใจ “คนก็ตายไปแล้ว ชื่อเสียงจะมีประโยชน์อะไรอีก การล้างแค้นให้นางหรือว่าชื่อเสียงสำคัญกว่า? ท่านเป็นพ่อไม่รู้เลยหรือ”
ใต้เท้าต่งใจสั่นสะท้านไปหมด เขากัดฟันเอ่ยขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้า เจ้าถามทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้ว! ใครที่บุกเข้ามาวันนั้น นอกจากเจ้าแล้วจะเป็นใครได้อีก! หากไม่ใช่อย่างนั้น เจ้าคิดว่าข้าจะให้ยอมให้ลูกสาวของข้าแต่งกับคนหยาบช้าอย่างเจ้าหรือ!”
“พูดดีๆ อย่าได้เอะอะโวยวาย อย่าได้ดูถูกขุนนางเซี่ย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
ให้ท้ายลูกน้อง
เซี่ยผิงกั่งเป็นคนของเขา ข้างๆ ก็ยังมีเซี่ยเฉียวยืนอยู่ด้วย
ใต้เท้าต่งรู้สึกปวดใจเพราะคำพูดของรัชทายาท เขารู้สึกอึดอัดคับข้องใจยิ่งนัก
คนที่สูญเสียลูกสาวก็คือเขา รัชทายาททำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ลำเอียงชัดเจนเกินไปไหม!
เดิมทีเซี่ยผิงกั่งก็เป็นคนทำให้ลูกสาวของเขาแปดเปื้อนมลทินก่อน แต่รัชทายาทก็ยังไร้เหตุผล และตอนนี้เซี่ยผิงกั่งก็ยังปรักปรำลูกสาวของเขา หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจนคนอื่นคิดว่าเป็นเรื่องจริง แล้วทำให้งานแต่งงานของลูกสาวคนโตของเขามีความผิดพลาดขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า!
ตอนที่ 774 โยนออกไป
ใต้เท้าต่งหน้าดำคร่ำเคร่ง และรู้สึกอึดอัดไม่สบายไปหมดทั้งตัว
ในกลุ่มคนที่มานี้ยังมีเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพด้วย เขาก้าวเข้าไปตรวจร่างทันที
ส่วนทางฝั่งต่งซีอวิ๋นที่ทราบข่าวแล้วในเวลานี้ก็อดรู้สึกประหม่าขึ้นมาไม่ได้ สองมือของนางทึ้งผ้าเช็ดหน้าด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“คนหยาบช้าตระกูลเซี่ยนั่น…” ถึงกับมาสืบคดีด้วยตัวเอง?!
ครอบครัวของนางไม่เคยฟ้องร้องให้เป็นคดี ท่านพ่อเองก็ซื่อบื้อเกินไป ไม่รู้จักห้ามพวกเขาเอาไว้บ้าง!
“คุณหนูใหญ่ ดูเหมือนว่าแม่นางเซี่ยก็มาด้วยนะเจ้าคะ” สาวใช้ที่เข้ามาทีหลังเอ่ยกับต่งซีอวิ๋น
เมื่อต่งซีอวิ๋นได้ยินเช่นนั้น นางก็เอ่ยขึ้นอย่างโกรธเคือง “นางมาทำไม! หญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือนคนหนึ่งอย่างนางออกมาสืบคดีกับพี่ชายและรัชทายาทพร้อมกับผู้ชายกลุ่มหนึ่ง นางไม่อายบ้างหรือ”
ต่งซีอวิ๋นพูดจบก็พยายามควบคุมตนเองอย่างเต็มที่
นางจะตื่นตระหนกลนลานไม่ได้
สืบคดีแล้วอย่างไรเล่า
น้องสาวของนางแขวนคอตัวเองตาย ต่อให้มีเจ้าหน้าที่ชันสูตรมาตรวจสอบก็ไม่พบความผิดปกติอะไรในเรื่องนี้หรอก!
ส่วน…ส่วนของที่อยู่ในท้องนั่นยิ่งสืบยากเข้าไปใหญ่ นางไม่ได้ใช้ยาพิษเสียหน่อย!
หลังจากที่ต่งซีอวิ๋นสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว นางก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เรียบๆ แล้วเดินไปที่ห้องน้องสาวของนาง
เมื่อเข้ามาในห้องนางได้ยินเจ้าหน้าที่ชันสูตรเอ่ยตามคาดจริงๆ “บนร่างของคุณหนูรองไม่มีบาดแผลร้ายแรงอื่นใด ร่องรอยที่ลำคอก็มีเพียงรอยเดียว เมื่อพิจารณาจากลักษณะที่ปรากฏแล้ว เป็นการฆ่าตัวตายโดยการแขวนคอจริงๆ และยังทดสอบไม่พบพิษใดๆ ในปากและจมูกจนถึงขณะนี้…”
เมื่อต่งซีอวิ๋นได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของนางก็ผ่อนคลายลงก่อนที่นางจะก้าวเข้าไปด้วยน้ำตานองหน้า และเอ่ยกับเซี่ยเฉียว “แม่นางเซี่ย…น้องหญิงของข้า น้องหญิงของข้าจะไม่กลับมาอีกแล้ว…ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่า นางทำแบบนี้ทำไม!”
ต่งซีอวิ๋นพูดจบก็พุ่งตัวเข้าหาเซี่ยเฉียวเล็กน้อยด้วยท่าทางราวกับต้องการจะกอดนาง
เซี่ยเฉียรีบก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของนางเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นต่งซีอวิ๋น
ข้างบนศีรษะต่งซีอวิ๋นราวกับมีวิญญาณที่มีความแค้นคับข้องใจอย่างมาก ปากกว้างเต็มไปด้วยเลือด นัยน์ตาอาฆาต แลดูคลุ้มคลั่ง มือข้างหนึ่งบีบรัดคอของต่งซีอวิ๋นเอาไว้
เป็นนาง
คุณหนูรอง…ตระกูลต่ง
เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเศร้าใจ
เมื่อไม่นานมานี้ นางยังเป็นเด็กสาวที่บอบบาง หน้าตาดี น้ำเสียงไพเราะ และน่ารัก แต่ตอนนี้นางกลับกลายเป็นวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวไปเสียแล้ว
สองเท้าของนางลอยขึ้นจากพื้น สีหน้าของนางชั่วร้าย จนมองไม่ออกเลยว่าเมื่อก่อนนางหน้าตาเป็นอย่างไร
หัวใจของเซี่ยเฉียวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหายใจติดขัดและกุมหน้าอกของตนเองไว้
รัชทายาทรีบเข้ามาประคองนางจากด้านหลังอย่างว่องไว
จ้าวเสวียนจิ่งเห็นสีหน้าอันย่ำแย่ของเซี่ยเฉียวแล้ว ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปดุต่งซีอวิ๋นอย่างเย็นชา “ถอยไปไกลๆ หน่อย! โจวเว่ยจง! โยนนางออกไปให้ อย่าให้อยู่ใกล้เกินสิบก้าว!”
ทันทีที่โจวเว่ยจงได้ยินน้ำเสียงของรัชทายาท เขาก็รู้ว่าเป็นสถานการณ์เร่งด่วน
โจวเว่ยจงลงมือทันทีโดยไม่ไว้หน้า
เขาฉุดกระชากลากดึงนางโยนออกไปจนต่งซีอวิ๋นล้มลงไปไม่เบา ส่วนใต้เท้าต่งก็รีบตามออกไปและสั่งให้คนพยุงลูกสาวของตนขึ้นมา จากนั้นก็รู้สึกกรุ่นโกรธอยู่ในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไป
“เป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นบ้างแล้วหรือยัง เจ้าโกรธหรือว่าถูกรมควัน?” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็กังวลเล็กน้อยเช่นกัน
สุขภาพร่างกายของเซี่ยเฉียวดีขึ้นมากแล้ว จู่ๆ นางอ่อนแอลงอย่างกะทันหันเช่นนี้เป็นเพราะต่งซีอวิ๋น!
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากที่ความรู้สึกอึดอัดในใจไม่สบายผ่านพ้นไปแล้ว นางก็เอ่ยขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “มันเป็น…กลิ่นอายรอบตัวนางที่ทำให้ข้าอึดอัด”
เนื่องจากที่ตรงนั้นยังมีคนอื่นๆ จากศาลตัดสินคดีอยู่ด้วย เซี่ยเฉียวจึงไม่อาจพูดออกมาตรงๆ ได้ว่าเป็นวิญญาณ
ทว่าจ้าวเสวียนจิ่งและเซี่ยผิงกั่งต่างก็เข้าใจนาง
“เป็น…คนนั้นหรือ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถามอย่างมีความหมาย
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
เซี่ยผิงกั่งมองไปยังศพที่นอนอยู่บนเตียง เขาเองก็นึกไม่ออกว่า หากเด็กสาวที่น่ารักบอบบางเช่นนี้กลายเป็นวิญญาณจะเป็นอย่างไร
“เจ้าก็ขี้ขลาดเกินไป” เซี่ยผิงกั่งดูเหมือนจะรำคาญ แต่เขาก็รู้สึกจนใจอยู่บ้าง “เจ้ากับรัชทายาทไปพักผ่อนในห้องโถงก่อนดีไหม ที่นี่ปล่อยให้ข้าจัดการเถอะ”
เซี่ยเฉียวกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
ต่งอีอวิ๋นเพิ่งเสียชีวิตในวันนี้ แต่ไอแค้นของนางก็รุนแรงมากขนาดนี้แล้ว หาก…ครบเจ็ดวันแล้วนางยังคิดไม่ตก เกรงว่าความหมกมุ่นของนางจะยิ่งรุนแรงจนทำให้นางกลายเป็นวิญญาณแค้นไปจริงๆ