ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1131 น้องสาวแท้ๆ นี่ / ตอนที่ 1132 ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 1131 น้องสาวแท้ๆ นี่ / ตอนที่ 1132 ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
ตอนที่ 1131 น้องสาวแท้ๆ นี่ / ตอนที่ 1132 ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
ตอนที่ 1131 น้องสาวแท้ๆ นี่
เซี่ยเฉียวย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนเล็กน้อย…
เมื่อคืนมีการจุดไฟ และบนใบหน้าของนางก็มีเขม่าควันเล็กน้อยจนทำให้นางรู้สึกคันและสกปรกจนไม่สบายตัว ต่อมาตอนที่นางไม่รู้สึกตัว นางก็ใช้แขนเสื้อเช็ดถูหน้าผากสองสามที?
นางจำไม่ได้แล้ว
ตอนนั้นจ้าวเสวียนจิ่งและโจวเว่ยจงกำลังสอบปากคำชายชุดดำเหล่านั้นอยู่ด้วยกัน
ขณะที่กำลังถามอยู่นั้นเขาก็หันมาเห็นเซี่ยผิงกั่งกำลังลงไม้ลงมืออยู่พอดี
ไม่เพียงแต่เขาที่เห็นอย่างนั้น แต่ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่เองก็เห็น พวกเขาต่างก็ตกใจที่เห็นเซี่ยผิงกั่งทำเช่นนั้น ทั้งสองคนที่อยู่ไม่ไกลจึงได้รีบพุ่งเข้ามาทันที
“ใต้เท้าเซี่ย! มีอะไรก็พูดกันดีๆ นี่ท่านกำลังทำอะไรน่ะ!” ซังโหยวรู้สึกว่าคนผู้นี้ทำเกินไปมาก!
เขาเป็นผู้ชายอกสามศอก ทั้งยังนับว่าแข็งแรงบึกบึน ถูกเซี่ยผิงกั่งรังแกนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร เขายังทนได้ แต่ศิษย์พี่ใหญ่เป็นผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่ง เมื่อคืนนางก็ทำงานหนักเหน็ดเหนื่อยออกอย่างนั้น แล้วเขามาลงไม้ลงมือกับนางอย่างโหดเหี้ยมอย่างนี้ได้อย่างไร!
“ข้าพูดดีไม่ได้หรอก!” เซี่ยผิงกั่งระเบิดออกมา
สีหน้าของเขาโกรธขึ้ง และพยายามลากตัวเซี่ยเฉียวออกมาให้ได้
ไหนเลยร่างกายอันบอบบางของเซี่ยเฉียวจะต่อต้านเรี่ยวแรงของเซี่ยผิงกั่งได้
นางถูกเขาหิ้วตัวออกมาทันที นางเองก็หยุดดิ้นรนไปทันที เพียงแต่ยกแขนเสื้อมาปิดบังใบหน้าไว้ และหดศีรษะราวกับค้างคาวที่แขวนต่องแต่งอยู่บนต้นไม้
“ใต้เท้าเซี่ย! ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี ท่านรีบปล่อยนางลงเลยนะ!!” เจียงจิ้นลู่เองก็ร้องตะโกนออกมาทันที
เซี่ยผิงกั่งขึงตาใส่ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่อย่างดุร้ายราวกับว่าทั้งสองเป็นศัตรูของเขาก็ไม่ปาน
แต่จู่ๆ เซียวอวี้หรงก็ตบศีรษะตัวเองทันที “แม่…แม่นางเซี่ย!”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็หลับตาลงทันที หมดหวังแล้ว
นางเหมือนลูกเจี๊ยบที่ถูกถอนขนออกจนหมดเกลี้ยง ไม่มีความปรารถนาที่จะร้องขอชีวิตใดๆ แล้ว
“แม่นางเซี่ยอะไร” ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่สีหน้าว่างเปล่า พวกเขาไม่เข้าใจความหมายของศิษย์พี่เซียว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เซียวอวี้หรงพูดจบแล้ว เขาก็หน้าซัดไปทันที เขาดูเจ็บปวดมากจนต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ท่าน ท่าน…ก็คือนาง?!”
และก็คือ…แม่นางเซี่ยผู้มากความสามารถคนนั้น!
ทั้งยังเป็น…พระชายารัชทายาทด้วย!
ตอนนี้อายุแค่สิบแปดสิบเก้า ยังไม่ถึงยี่สิบเสียด้วยซ้ำ?!
เซียวอวี้หรงหน้าซีด เขาดูแย่มากเหมือนได้รับความสะเทือนใจอย่างรุนแรง ซังโหยวและเจียงจิ้นลู่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก แค่เห็นว่าศิษย์พี่เซียวมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ พวกเขาก็เลยรู้สึกสงสัยมาก
เซี่ยผิงกั่งแทบอยากจะบีบนางให้ตายคามือไปเลย
หากนางเป็นแค่น้องสาวของเขา เขาจะต้องหิ้วนางกลับไปจัดการอย่างโหดเหี้ยมสักยก!
แน่นอนว่าแม้แต่ตอนนี้ไฟโทสะของเขาก็ไม่ใช่น้อยๆ
“เจ้ายังกล้าหลบอีก?!” เซี่ยผิงกั่งดุดัน
เซี่ยเฉียวรีบส่ายศีรษะทันที “ไม่กล้า ไม่กล้าแล้ว…”
จากนั้นนางก็หันหลับไปมองเซี่ยผิงกั่งอย่างเชื่องช้า…แล้วก็กลั้นใจ อยากจะทำเป็นปากแข็งดูอีกสักครั้ง นางครั่นคิดเล็กน้อยแล้วก็แสร้งทำสีหน้าไม่กลัวอะไรออกมา แววตาของนางดูมีเมตตาและสง่างาม “พวกเจ้า…จำคนผิดแล้วไหม”
“เจ้าคิดว่าข้าตาบอดหรือ!” เซี่ยผิงกั่งขึงตาใส่นาง
เขาจะไม่รู้จักน้องสาวของตัวเองได้อย่างไร!
ใบหน้าครึ่งท่อนบนนั้นเหมือนกับเซี่ยเซียวไม่มีผิด ผิวขาวเนียนละเอียดและยังดูดีอีก!
เขารู้ว่าปรมาจารย์โม่ใช้ใบหน้าปลอม แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้ใบหน้าปลอมนั้นจะเป็นน้องสาวของเขาเอง!
นางหลอกใครไม่หลอก ดันมาหลอกเขาไปด้วย!
“ใต้เท้าเซี่ย เจ้าจำคนผิดไปแล้วจริงๆ นะ หรือว่าเพราะข้ากับน้องสาวของเจ้าเหมือนกันอย่างกับแกะ? ข้าฝึกตนมาตั้งสามสี่สิบปีแล้ว แต่ความตามธรรมชาติของข้าดูเหมือนเด็กสาวอายุสิบกว่าปีเท่านั้น เพื่อหลีกเหลี่ยงปัญหา ข้าจึงได้แปลงโฉม ส่วนเรื่องที่ใบหน้าข้าไปเหมือนกับน้องสาวของเจ้าก็เป็นเรื่องบังเอิญโดยแท้…หรือบางที..อาจจะเป็นอย่างที่น้องชายของเจ้าพูด ข้ากับท่านแม่ของเจ้า…”
เซี่ยเฉียวพูดมาถึงตรงนี้ก็เริ่มขี้ขลาดขึ้นมานิดๆ แล้ว แต่ก็ยังทำใจกล้าหน้าด้านพูดต่อไป “ข้ากับมารดาของเจ้า เป็นพี่น้อง….
“ที่พลัดพรากกันมาหลายปี…”
ตอนที่ 1132 ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
คนอื่นๆ แทบจะไม่ได้ยินประโยคท่อนหลังของนางแล้ว
เซี่ยเฉียวเองก็รู้สึกร้อนตัวเหมือนกัน นางพยายามที่จะเรียกขวัญกำลังใจกลับมา
ท่านแม่ข้าขอโทษจริงๆ…
พี่ชายใหญ่ของนางโหดเหี้ยมจนน่ากลัวจริงๆ เขาจ้องนางดุดันอย่างนี้จนกระดูกของนางสั่นเทาเหมือนจะตายแล้ว…
“พี่น้อง? มารดา มัน สิ เจ้านี่มันน่าทุบจริงๆ!” เซี่ยผิงกั่งกำลังจะปล่อยหมัดออกไปอยู่แล้ว!
เซี่ยผิงกั่งยกกำปั้นขึ้นมา และขณะที่มันกำลังจะปะทะ มันก็กระแทกเข้ากับไหล่ของจ้าวเสวียนจิ่งพอดี
“……” เซี่ยผิงกั่งชะงักไปครู่หนึ่ง
ชั่วขณะถัดมาเขาก็คุกเข่าลง
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้นที่คุกเข่า แต่เซียวอวี้หรงและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ ก็คุกเข่าลงเช่นกัน
ร่างกายอันสูงส่งของรัชทายาทได้รับบาดเจ็บ!
ซังโหยวอดกลอกตามองเซี่ยผิงกั่งไม่ได้ คนที่ใช้กำลังอย่างเขาลงไม้ลงมือก็ไม่รู้จักยั้งๆ เอาไว้บ้างเลยหรือ เขาต่อยไปอย่างนั้น ไม่รู้ว่าไหล่ของรัชทายาทจะต้องใช้เวลาอีกกี่วันกว่าจะหายเจ็บ!
นอกจากนี้ จากคำพูดของเขาน่าจะแปลได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาตอนนี้ไม่ใช่ศิษย์พี่ใหญ่ แต่เป็นน้องสาวของเขา?
แต่ถ้าเป็นน้องสาวของตนก็น่าจะสามารถพูดคุยกันดีๆ ได้นี่ เขาจะร้อนใจไปทำไม
จริงสิ แล้วศิษย์พี่ใหญ่ของเขาไปไหนแล้วเล่า
ซังโหยวยิ่งสับสนมากขึ้นทุกที
จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็เข้ามาขวางเซี่ยผิงกั่งไว้อย่างนี้ มันทำให้เซี่ยเฉียวตกใจเหมือนกัน นางนิ่วหน้าทันที “เจ็บไหม”
“พอทน” จ้าวเสวียนจิ่งเองก็ขมวดคิ้วน้อยๆ เช่นกัน
เจ็บ
จะไม่เจ็บได้หรือ เซี่ยผิงกั่งขึ้นชื่อเรื่องแรงควายอยู่แล้ว
เมื่อครู่นี้ก็ใช่ว่าเซี่ยผิงกั่งจะปล่อยหมัดไปโดนเซี่ยเฉียวหรอก แต่หากพี่ภรรยางี่เง่าคนนี้เกิดโมโหขึ้นสมองจนหน้ามืดขึ้นมาและลงมือรุนแรงจริงๆ แล้ว เซี่ยเฉียวก็คงจะต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นครึ่งเดือนเป็นแน่
“เจ้าจับนางหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งจ้องหน้าเซี่ยผิงกั่งพลางเอ่ยถาม
“ก็แค่หิ้วนางขึ้นมาครู่หนึ่ง…น้องสาวของกระหม่อมถึงกับกล้าหลอกกระหม่อม! ฝ่าบาทต้องทวงความยุติธรรมให้กระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยังนึกว่านางจะทำตัวดีๆ อยู่ในจวนรัชทายาท แต่นึกไม่ถึงว่านางจะมาถึงที่นี่ ไม่รู้จักรักชีวิตเลยจริงๆ!” เซี่ยผิงกั่งโวยวาย
“นางเป็นพระชายาของข้า ข้ายังไม่พูดอะไรเลย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเรียบๆ
“แต่นางเป็นน้องสาวของกระหม่อม!” เซี่ยผิงกั่งตอบโดยสัญชาตญาณ
“หากอย่างนั้นเจ้าว่าความสัมพันธ์ระหว่างสามีกับภรรยาหรือระหว่างพี่ชายกับน้องสาวอย่างไหนใกล้ชิดกว่ากัน” จ้าวเสวียนจิ่งถามเขาด้วยสีหน้าเย็นชา
“……” ต้องเป็นพี่ชายน้องสาวอยู่แล้ว!
เขากับนางออกมาจากท้องเดียวกัน เจ้าเด็กนี่จะหลอกใครก็ได้ แต่ไม่ควรจะหลอกเขา เรื่องหลอกเขาก็ช่างมันเถอะ แต่ดูสิว่านางทำอะไร นางกลับแปลงโฉมเป็นโม่ชูเซิง!
ใช่ เรื่องที่น่าโมโหที่สุดก็คือนางกลายเป็นโม่ชูเซิง!
เขาเป็นพี่ใหญ่ เป็นลูกพี่ของบ้านตระกูลเซี่ย นอกจากบิดาที่ไม่เอาไหนของเขาแล้ว คนอื่นๆ ในบ้านก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งและคำสอนของเขา ไม่ควรหน้าไหว้หลังหลอก!
แต่เซี่ยเฉียว…
ภายในสมองของเซี่ยผิงกั่งเวลานี้มีภาพเหตุการณ์ต่างๆ ผุดขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน
ในทุกภาพฉากมีภาพตนเองที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์ มองปรมาจารย์ผู้สูงส่งลึกลับผู้นี้ด้วยแววตานับถือเลื่อมใส…
ก่อนหน้านี้คนที่เขานับถือเลื่อมใสคือปรมาจารย์
ตอนนี้ก็เท่ากับ…เขานับถือเลื่อมใสน้องสาวตัวเอง?
เขายังเอาแต่พูดว่าเซี่ยเฉียวไร้ประโยชน์ไม่เก่งเหมือนปรมาจารย์?!
เขาไม่ได้สอนให้น้องสาวเป็นแบบนี้! ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่าเซี่ยเฉียวได้รับคำชมจากเขาจนคิดว่าตัวเองสุดยอดแทบจะลอยขึ้นสวรรค์ไปแล้วแล้ว!
มารดา มัน สิ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโมโห!
เซี่ยผิงกั่งโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
จ้าวเสวียนจิ่งเองก็รู้ว่าเซี่ยผิงกั่งโกรธ หากเขาไปแทรกกลางก็คงไม่ดี ถึงอย่างไรต่อไปพวกเขาพี่น้องก็ต้องพูดจากันอยู่ดี
“ใต้เท้าเซี่ยลุกขึ้นเถิด” จู่ๆ น้ำเสียงของจ้าวเสวียนจิ่งอ่อนลง เขาพยุงเซี่ยผิงกั่งขึ้นมา “ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี ความจริงแล้ว…ข้าโมโหนางมากกว่าเจ้าเสียอีก!”
“……” เซี่ยเฉียวก้าวถอยหลังทันที