ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 928 ขอร้อง
ตอนที่ 928 ขอร้อง
………………..
ตอนที่ 928 ขอร้อง
คุณย่าเฉินกำลังจะยิ้มทักทาย วังซูเฟินที่เข้ามาได้กลับทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาทันที โยนกระเป๋าในมือลงข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ
“เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?” เฉินเจิ้นกั๋วเห็นภรรยาของเขาแสดงออกอย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ที่บ้านพ่อแม่และดูอารมณ์ไม่ดีมาก เขาจึงถาม “ประชุมไม่ราบรื่นหรือ?”
วังซูเฟินไม่สนใจเฉินเจิ้นกั๋ว ส่วนเฉินเจียหมิงก็ไม่กล้าส่งเสียง
วังซูเฟินเช็ดน้ำตา ขอความช่วยเหลือจากคนแก่ “พ่อ แม่ พวกท่านต้องช่วยฉันด้วยนะคะ”
ผู้เฒ่าเฉินได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของวังซูเฟินแล้วก็รู้สึกปวดหัว
เขารู้ว่าไม่ควรคาดหวังอะไรจากพวกเขา
“เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?” ผู้เฒ่าเฉินถามเสียงเข้ม
วังซูเฟินเช็ดน้ำตาพลางเอ่ยปาก “เซี่ยไห่จะไล่ฉันออก ไม่ให้ฉันทำงานที่ห้องเต้นรำอีกแล้ว”
หล่อนร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ “เขาจะไล่ฉันออก”
“ทำไมล่ะ?” คุณย่าเฉินถามอย่างสงสัย “เธอไม่ได้ทำงานดีๆ อยู่หรอกหรือ?”
วังซูเฟินหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะขึ้นมาเช็ดน้ำตา ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยความจริงออกมา “ขาดทุนค่ะ”
“ขาดทุนงั้นเหรอ?” ผู้เฒ่าเฉินขมวดคิ้วพลางเอ่ยอย่างไม่พอใจ “นั่นแสดงว่าเธอไม่มีความสามารถในการบริหาร เขาจะเปลี่ยนคนก็สมควรแล้ว”
นักธุรกิจย่อมให้ความสำคัญกับผลกำไร
ในเมื่อขาดทุนแล้ว เขาจะไม่เปลี่ยนคนแล้วรอให้ล้มละลายเหรอ?
ตอนที่ครอบครัวสามคนมาเมืองหนานเฉิง พวกเขาตกลงกันว่าจะไม่บอกคนแก่และครอบครัวของเฉินเจิ้นเจียงเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเฉินเจียหมิง
แต่ตอนนี้วังซูเฟินถูกผู้เฒ่าเฉินตั้งคำถามถึงความสามารถ บอกว่าหล่อนไม่มีฝีมือในการบริหารสถานบันเทิง หล่อนก็รู้สึกว่าตัวเองโดนดูถูกทันที
อะไรกัน บอกว่าหล่อนไม่มีความสามารถในการบริหารงั้นเหรอ?
ปีที่แล้วหล่อนทำได้ดีมาก แต่ทำไมพวกเขาไม่พูดล่ะ?
ธุรกิจสถานบันเทิงนี้โดยพื้นฐานแล้วทำกำไรได้มหาศาล อีกทั้งคาราโอเกะของพวกเขาก็เป็นเจ้าแรกในเมืองหนานเฉิง ทำให้ธุรกิจคึกคักทุกคืน
ในฐานะผู้จัดการ หล่อนแทบไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนลูกค้าเลย
“ถ้าดำเนินธุรกิจตามปกติก็ไม่มีทางขาดทุนหรอก”
“พ่อ รู้ไหมคะว่าทำไมห้องเต้นรำถึงขาดทุน?” วังซูเฟินมองผู้เฒ่าเฉินด้วยสีหน้าน้อยใจแล้วถาม
ผู้เฒ่าเฉินไม่สนใจเรื่องนี้เท่าใด เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง?”
“ก็เพราะหลานชายของพ่อไงล่ะ” เพื่อพิสูจน์ให้คนแก่เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของหล่อน วังซูเฟินในตอนนี้จึงไม่สนใจหน้าตาของลูกชายอีกต่อไป
อย่างไรเสียเฉินเจียหมิงก็เป็นหลานชายของตระกูลเฉิน เขาก่อเรื่อง คนแก่ก็ควรจะรู้เรื่อง
การที่พวกเขามาครั้งนี้ก็ตั้งใจจะให้คนแก่จัดการหางานให้เฉินเจียหมิงในเมืองไห่เฉิง
เดิมทีไม่อยากทำลายภาพลักษณ์ของลูกชายในสายตาของคนแก่
แต่ตอนนี้วังซูเฟินอยากรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองมากกว่า
“แม่ แม่พูดอะไรน่ะ?” เฉินเจียหมิงรู้ตัวว่าแม่ของเขากำลังจะพูดอะไร สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไป มองวังซูเฟินด้วยความตกใจและกระวนกระวาย พยายามห้ามหล่อน “แม่ อย่าพูดเรื่อยเปื่อยต่อหน้าคุณปู่คุณย่านะ”
แต่วังซูเฟินไม่สนใจอะไรทั้งนั้น หล่อนจำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด มันอาจจะทำให้คนแก่ออกหน้าพูดแทน รักษาตำแหน่งผู้จัดการห้องเต้นรำสวินเมิ่งของหล่อนเอาไว้ได้
หล่อนไม่อาจสูญเสียงานได้อย่างเด็ดขาด เพราะสิ่งที่จะสูญเสียไม่ใช่แค่งานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวตนและเครือข่ายความสัมพันธ์ของหล่อนในเมืองหนานเฉิงด้วย
“เฉินเจียหมิง เถ้าแก่เซี่ยจะไล่แม่ออก แม่เลยต้องอธิบายให้คุณปู่คุณย่าเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น” วังซูเฟินพูดกับลูกชาย “ทำผิดแล้วต้องยอมรับสิ คุณปู่คุณย่าจะให้อภัยแกเอง”
เมื่อเฉินเจียหมิงได้ยินว่าแม่ของเขาจะไปที่ทำงาน หัวใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น
ในเมืองหนานเฉิง หลายคนคิดว่าห้องเต้นรำเป็นของครอบครัวพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ร้านนี้เคยเป็นของพวกเขามาก่อน
ปกติเขาพาเพื่อนๆ ไปเต้นรำและร้องคาราโอเกะที่ห้องเต้นรำโดยแทบไม่ต้องจ่ายเงิน ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ จึงแน่นแฟ้นขึ้น และยังได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ อีกมากมาย
ต้องยอมรับว่าห้องเต้นรำแห่งนี้ทำให้ครอบครัวของพวกเขามีหน้ามีตามาก
เขาอาจจะสูญเสียงานได้ แต่แม่ของเขาไม่อาจสูญเสียตำแหน่งผู้จัดการห้องเต้นรำได้
เฉินเจียหมิงได้แต่ก้มหน้า เตรียมพร้อมรับมือกับพายุที่กำลังจะมาถึง
วังซูเฟินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเฉินเจียหมิงให้คนแก่ฟังอย่างละเอียด
แน่นอนว่าตอนที่พูดหล่อนไม่ได้กล่าวถึงว่าลูกชายมักพาเพื่อนฝูงไปเที่ยวในห้องเต้นรำเป็นประจำ ไม่สนใจการงาน ละเลยหน้าที่ จนถูกที่ทำงานไล่ออก และเพราะในกลุ่มเพื่อนนั้นมีผู้หญิงไม่ดีหลายคน พวกเขาสนิทสนมกันมากเกินไป คู่หมั้นของเฉินเจียหมิงรู้เข้าจึงขอถอนหมั้น
หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ตามมา
หล่อนต้องไปฝากฝังคนหาเส้นสาย จึงปล่อยให้คนพวกนั้นมาเที่ยว ดื่ม ร้องเพลงในห้องเต้นรำฟรี ทำให้การบริหารห้องเต้นรำไม่ดี เกิดการขาดทุน
วังซูเฟินเลื่อนไปนั่งใกล้ผู้เฒ่าเฉิน ร้องไห้พลางเล่าความจริง “พ่อ ฉันทำทุกอย่างเพื่อหลานชายของพ่อนะคะ ถ้าเขาไม่ก่อเรื่อง ฉันก็คงไม่ต้องไปอ้อนวอนขอร้องให้คนพวกนั้นมาเที่ยวฟรีในห้องเต้นรำ”
วังซูเฟินพูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น “ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาจะมาร้องรำทำเพลงสนุกสนานแล้วก็จากไป ไม่มีความสามารถช่วยเหลือพวกเราได้เลย สุดท้ายเฉินเจียหมิงก็ติดคุก ห้องเต้นรำก็ขาดทุนเพราะคนพวกนั้น”
ผู้เฒ่าเฉินฟังคำบอกเล่าของวังซูเฟิน มือที่วางอยู่บนที่วางแขนโซฟาไม้พลันปรากฏเส้นเลือดปูดโปน ไม่คิดว่าครอบครัวที่ไม่รู้จักพอใจนี้จะก่อเรื่องมากมายขนาดนี้
ก่อนหน้านี้ชีวิตของพวกเขาดีกว่าครอบครัวลูกชายคนโตเสียอีก
แต่กลับมีลูกชายที่ไม่รู้จักพอ ทำให้ทรัพย์สมบัติหมดไป
ตอนนี้แม้แต่แฟนก็เลิกรากันไปแล้ว
“อย่าพูดว่าหลานชายของฉันอีก” ผู้เฒ่าเฉินหน้าบึ้งตึง พูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด แบ่งแยกตัวเองออกจากครอบครัวของพวกเขา “เขาเป็นลูกชายของพวกเธอ ที่เขาเป็นแบบนี้ก็เพราะการตามใจของพวกเธอและความเสื่อมทรามของตัวเขาเอง เขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง พวกเราไม่สามารถจัดการได้ และก็ไม่อยากจัดการด้วย”
ผู้เฒ่าเฉินมีท่าทีแข็งกร้าวมาก “เธอจะให้ฉันขอร้องเพื่อรักษางานของเธอเอาไว้เหรอ มันเป็นไปไม่ได้หรอก”
“ฉันไม่อยากเสียหน้า และก็ขี้เกียจยุ่งกับเรื่องวุ่นวายของพวกแกด้วย” ผู้เฒ่าเฉินพูดจบก็เดินกลับห้องไปโดยเอามือไพล่หลัง
วังซูเฟินคิดจะขวาง แต่คุณย่าเฉินกลับบอกให้ปล่อยคุณปู่ใจเย็นๆ ก่อน
ตอนนี้เฉินเจิ้นเจียงกับเฉินเจียวั่งยังไม่กลับมา ในบ้านมีแค่คู่สามีภรรยาเฒ่าตระกูลเฉิน
ผู้เฒ่าเฉินกลับเข้าห้องไปแล้ว ในห้องรับแขกจึงเหลือแค่ครอบครัวสามคนกับคุณย่าเฉิน
“แม่คะ พี่สะใภ้จะกลับมาเมื่อไหร่คะ” วังซูเฟินรู้สึกว่าคงพึ่งคุณปู่ไม่ได้แล้ว
ต้องหาทางออกอื่น
คุณย่าเฉินพูดอย่างหงุดหงิด “ช่วงนี้พวกเขาไม่ได้อยู่บ้าน ยังไม่กลับมาหรอก”
……………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เรื่องใหญ่ขนาดนี้จะให้คนอื่นตามเช็ดตามล้างยังไงไหว จัดการหาทางเองสิป้า
ไหหม่า(海馬)
………………..