บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up
Prev
Next

ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 924 ขอบคุณคุณจริงๆ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
  4. ตอนที่ 924 ขอบคุณคุณจริงๆ
Prev
Next

📚 นิยาย Bookmark ไม่แจ้งเตือนใช่ไหม?
✨ สามารถดูนิยายอัปเดตล่าสุดได้ที่นี่ ✨
👉 CLICK HERE 👈

```

ตอนที่ 924 ขอบคุณคุณจริงๆ

………………..

ตอนที่ 924 ขอบคุณคุณจริงๆ

หลิวกุ้ยอิงดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจยอมรับในเรื่องนี้นัก

เรื่องนี้หล่อนเคยได้ยินมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้เชื่อในคำพูดคนอื่นจนกว่าจะได้ยินลูกสาวมาสารภาพกับตัวเอง

หล่อนพูดกับคุณแม่เซี่ย “แม่คะ เสี่ยวเยี่ยนบอกว่าหล่อนกับเสี่ยวลู่เป็นแค่เพื่อนกัน ตอนนี้หล่อนยังอายุน้อย บอกว่าอยากให้ความสำคัญกับงานก่อน”

“การคบกันเป็นแฟนก็เริ่มจากเพื่อนกันทั้งนั้นแหละ” คุณแม่เซี่ยยิ้ม “จริงๆ แล้วทุกคนก็รู้กันอยู่ว่าเด็กสองคนนั้นชอบพอกัน แค่ยังไม่ได้พูดออกมาตรงๆ เท่านั้น คนอื่นๆ ก็ถือว่าพวกเขาเป็นคู่กันแล้ว พวกเราก็เห็นชัดๆ อยู่ไม่ใช่หรือ?”

“แม่คะ จะพูดแบบนั้นก็ได้ แต่พวกเขายังไม่ได้คบกันจริงๆ ก็ยังไม่นับว่าเป็นคู่กัน เสี่ยวเยี่ยนยังเด็ก ให้หล่อนเรียนรู้อะไรดีๆ ก่อนดีกว่า”

ชื่อเสียงของเด็กผู้หญิงสำคัญมาก เมื่อยังไม่ได้คบกันอย่างเป็นทางการ ก็ไม่ควรผูกมัดทั้งสองคนเข้าด้วยกัน

“ตอนนี้พวกเขาคบกันแล้วล” หลิวกุ้ยอิงเพิ่งพูดจบ ก็ได้ยินแม่สามีเอ่ยปาก

“วันนี้ฉันคุยกับเสี่ยวเยี่ยน หล่อนเองก็ชอบเสี่ยวลู่มาก ทั้งสองคนรักใคร่กัน ได้คบกันอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อเป็นแบบนี้ก็ควรให้พวกเขาคบกันอย่างเปิดเผย พวกเราที่เป็นผู้ปกครองต้องดูแล ยอมรับความสัมพันธ์ของพวกเขา ไม่อย่างนั้นถ้าเสี่ยวเยี่ยนเสียเปรียบในอนาคต พวกเราก็ไม่มีหลักประกันที่จะออกหน้าไปเอาเรื่องกับอีกฝ่าย”

“แม่คะ เสี่ยวเยี่ยนพูดกับคุณแม่ว่ายังไงคะ?” หลิวกุ้ยอิงมีสีหน้าร้อนรน หันไปถามคุณแม่เซี่ยด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน “หล่อนบอกคุณแม่ว่าหล่อนคบกับลู่เจิ้งอวี่แล้วเหรอคะ?”

คุณแม่เซี่ยเห็นหลิวกุ้ยอิงดูจริงจังมากเกี่ยวกับเรื่องของหลินเยี่ยนราวกับกำลังไม่พอใจ หญิงชราทำหน้าบึ้งแล้วเอ่ยปากว่า “เธอจะร้อนใจไปทำไมกัน? ลูกสาวโตแล้วก็ต้องแต่งงาน อีกอย่างเด็กๆ ก็แค่คบกันเป็นแฟนเท่านั้น เธออย่าทำเหมือนหล่อนทำอะไรผิดสิ”

หลิวกุ้ยอิงทำสีหน้าผ่อนคลายลงแล้วอธิบายว่า “คุณแม่ ฉันไม่ได้โกรธหรอก ฉันแค่รู้สึกว่าหล่อนยังเด็กอยู่ ในเมื่ออยากเน้นเรื่องงานเป็นหลักก่อน ก็ควรจะตั้งใจทำงาน ตอนนี้เซี่ยเซี่ยก็สร้างโอกาสดีๆ ให้พวกหล่อน เสียเงินส่งพวกหล่อนไปเรียนรู้ แล้วในจังหวะนี้มาคบแฟนอีก แถมยังบอกผู้ปกครองด้วย นี่มันหมายความว่าอะไร? ถ้าเด็กคนนั้นมัวแต่สนใจคบแฟน ไม่ตั้งใจทำงานให้ดี มันไม่ใช่การทรยศต่อความหวังดีของเซี่ยเซี่ยหรอกหรือ?”

ขนาดต้องบอกผู้ปกครองด้วยแบบนี้ หรือว่าพวกเขาคิดจะแต่งงานกัน?

หลิวกุ้ยอิงรู้สึกใจหายวูบ เริ่มคิดวุ่นวายไปหมด

หล่อนเองก็เคยเสียใจที่แต่งงานเร็วเกินไป ตอนนี้หลินเยี่ยนมีโอกาสพัฒนาตัวเองที่ดีแบบนี้ และหล่อนก็เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหลินเยี่ยนหลังจากเข้าเมืองมาแล้ว จึงหวังจริงๆ ว่าหลินเยี่ยนจะทำงานกับหลินเซี่ยให้ดี จะได้เป็นผู้หญิงที่เก่งและมีความสามารถมากขึ้น สามารถช่วยเหลือหลินเซี่ยได้ และคว้าโอกาสในการพัฒนาตัวเองสร้างผลงานขึ้นมาได้

ผู้หญิงต้องเป็นอิสระ ถึงจะไม่ถูกคนในครอบครัวสามีรังแกเหมือนพวกหล่อนในอดีต

“อิงจื่อ คุณอย่าเพิ่งตื่นเต้นไป” เซี่ยเหลยพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ “การคบแฟนไม่ได้ส่งผลกระทบต่องานหรอก คู่รักที่ดีสามารถกระตุ้นให้อีกฝ่ายพัฒนา ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ทำให้ทั้งคู่เก่งขึ้นได้”

เพราะลู่เจิ้งอวี่ก่อนหน้านี้ก็เป็นทหาร ทั้งยังเป็นสหายร่วมรบกับเซี่ยไห่และเฉินเจียเหอ ทุกคนรู้จักกันดี เซี่ยเหลยจึงสนับสนุนมากที่จะให้เขาคบหลินเยี่ยนเป็นแฟน “เสี่ยวลู่อายุยังน้อยแต่มีความสามารถ นิสัยดี น่าเชื่อถือและจริงจัง ถ้าเขากับเสี่ยวเยี่ยนจริงใจอยากคบกัน ผมคิดว่าในฐานะผู้ปกครองแล้ว พวกเราควรสนับสนุน”

“เวลาคนหนุ่มสาวมีคนรัก พวกเขาจะเต็มไปด้วยความหวังและความคาดหวังต่ออนาคต จะยิ่งมุ่งมั่นมากขึ้น”

เหมือนกับเขา ถึงแม้จะอายุกว่า 40 แล้ว หลังจากได้พบกับหลิวกุ้ยอิงและลูกสาวอีกครั้ง ก็สามารถเปลี่ยนจากคนไข้ที่เคยสูญเสียความทรงจำมาเป็นแบบนี้ได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจิตวิญญาณของคน

“เสี่ยวเหลยพูดถูก” คุณแม่เซี่ยพยายามพูดให้หลิวกุ้ยอิงเข้าใจ “อิงจื่อ เธอไม่ควรเห็นแก่ตัวเกินไป ตอนที่เธอแต่งสะใภ้เข้าบ้าน ทำไมไม่บอกให้ลูกสาวเขาให้ความสำคัญกับอาชีพก่อนล่ะ? ชุนฟางกับเสี่ยวเยี่ยนตอนนี้ลักษณะงานก็คล้ายกัน ทั้งคู่ทำงานกับเซี่ยเซี่ย ชุนฟางยังเป็นผู้จัดการร้านด้วยซ้ำ แต่หล่อนไม่ได้บอกว่ากลัวการแต่งงานจะรบกวนงานแล้วปฏิเสธลูกชายของเธอนี่”

หลิวกุ้ยอิงรู้สึกอึดอัดใจมากกับคำพูดของคุณแม่เซี่ย

หล่อนโต้แย้งด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “แม่ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันแค่รู้สึกว่าเสี่ยวเยี่ยนยังเด็ก อยากให้หล่อนมีอิสระอีกสักพักหนึ่ง”

หลินเยี่ยนเพิ่งอายุ 20 ปีเท่านั้น และกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการศึกษาต่อ หลิวกุ้ยอิงจึงกลัวว่าหลินเยี่ยนจะยอมสละการศึกษาต่อเพื่อความรัก และทำให้ทุกคนผิดหวัง

“งั้นพรุ่งนี้ฟังคำอธิบายของเด็กก่อน ดูว่าหล่อนวางแผนไว้ยังไง” คุณแม่เซี่ยพูดกับพวกเขา “พวกเราในฐานะผู้ปกครองอย่าคัดค้านลูกๆ ตลอดเวลาในเรื่องของพวกเขา อย่าคิดแต่มุมมองของตัวเอง ลองฟังความคิดเห็นของพวกเขาบ้าง คนหนุ่มสาวต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง เมื่อพวกเขาตัดสินใจแบบนี้ แสดงว่าพวกเขาต้องมีแผนการของตัวเองแน่นอน”

เซี่ยเหลยเห็นด้วยและกล่าวว่า “อืม เสี่ยวลู่ก็เป็นคนหนุ่มที่ไม่เลวนะ”

คุณแม่เซี่ยกลับห้องไปนอน แต่หลิวกุ้ยอิงนอนไม่หลับ

ตอนเย็บผ้าก็เกือบแทงเข็มโดนนิ้วตัวเอง

หลังจากเย็บผ้าเสร็จ หล่อนนอนบนเตียงถอนหายใจบ่อยๆ สีหน้าไม่ดีเอาเสียเลย

“เกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยเหลยถามพร้อมรอยยิ้ม “เป็นอย่างที่แม่พูดจริงๆ ใช่ไหมที่ว่าคุณไม่อยากจากลูกสาวไป?”

หลิวกุ้ยอิงถอนหายใจอย่างจนใจ “แน่นอนว่าไม่อยากจาก หล่อนเป็นลูกคนสุดท้อง ฉันยังอยากให้หล่อนอยู่ด้วยอีกสักพักและอยากให้หล่อนตั้งใจทำงานกับเซี่ยเซี่ย พี่น้องแท้ๆ ย่อมไว้ใจได้ อยากให้หล่อนช่วยเหลือเซี่ยเซี่ยอย่างดี”

เซี่ยเหลยมองในแง่บวกกับเรื่องนี้ “คุณไม่ต้องกังวลหรอก เสี่ยวเยี่ยนแค่ตั้งใจจะคบกับลู่เจิ้งอวี่เป็นแฟน ก็เป็นการทำตามคำแนะนำของพวกเรา เปิดเผยความสัมพันธ์ ไม่ใช่จะแต่งงานทันที ลูกๆ ของเราเชื่อฟังและรู้จักกาลเทศะมากพอ ไม่เหมือนวัยรุ่นบางคนที่ทำตัวเหลวไหลนอกบ้าน เปลี่ยนแฟนบ่อยๆ โดยที่ผู้ปกครองก็ทำอะไรไม่ได้ไม่ใช่หรือ?”

หลิวกุ้ยอิงนอนอยู่ตรงนั้น พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถึงคบเป็นแฟนได้ แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้หล่อนแต่งงานเร็วเกินไป ตอนนี้เป็นยุคใหม่แล้ว หล่อนเข้าเมืองมาและมีงานทำ ไม่ควรเป็นเหมือนสาวชนบทที่กลัวจะไม่ได้แต่งงาน รีบแต่งงานมีลูกเร็วๆ ถ้าเป็นแบบนั้น ชีวิตก็จะถูกกำหนดไปแล้ว ได้แต่ใช้ชีวิตที่มองเห็นจุดจบได้ตั้งแต่แรก”

เหมือนกับยี่สิบปีที่หล่อนอยู่ในชนบท…

เซี่ยเหลยเห็นสีหน้าขมขื่นของหลิวกุ้ยอิง เขาจับมือหล่อนไว้ “วางใจเถอะ พวกเด็กๆ รู้จักประมาณตนกันดี พวกเขาจะมีความสุขกันทุกคน”

…….

ตอนเช้า หลิวกุ้ยอิงกับเซี่ยเหลยตั้งใจไม่ออกไปแต่เช้า รอจนหลินเยี่ยนตื่นนอนออกมาจากห้อง ทั้งสองคนรวมทั้งคุณแม่เซี่ยต่างนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร

ปกติเวลาหลินเยี่ยนตื่นขึ้นมา ในบ้านมักจะเหลือแค่ย่าอยู่คนเดียว

วันนี้เมื่อเห็นว่าแม่ของเธอกับลุงเซี่ยยังไม่ได้ออกไปไหน หัวใจของหลินเยี่ยนก็เต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง

หลินเยี่ยนไม่กล้ามองตาแม่ของหล่อน ก้มหน้าทักทายพวกเขาแล้วนั่งลง

คุณแม่เซี่ยมองหลินเยี่ยนด้วยรอยยิ้มพลางกล่าวว่า “เสี่ยวเยี่ยน ย่าได้เล่าเรื่องของเธอกับเสี่ยวลู่ให้แม่และลุงของเธอฟังแล้ว เธอลองบอกความคิดของเธอให้พวกเขาฟังอีกทีสิ”

เมื่อคุณแม่เซี่ยพูดจบ หลินเยี่ยนก็ยิ่งรู้สึกประหม่า

หล่อนรู้สึกได้ว่าสีหน้าของแม่ดูจริงจังมาก ไม่มีความรักความเมตตาเหมือนแต่ก่อน

“ลุงเซี่ย แม่” หลินเยี่ยนกัดริมฝีปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หล่อนวางตะเกียบลง ยืนขึ้น รวบรวมความกล้า มองพวกเขาอย่างเป็นทางการแล้วเอ่ยปาก “ฉันคบกับลู่เจิ้งอวี่เป็นแฟนแล้ว ฉันอยากพาเขามาให้พวกคุณได้เจอกันอย่างเป็นทางการ ช่วยดูให้ฉันหน่อยน่ะค่ะ”

“ลูกจะไปเรียนต่อ ทำไมถึงมาคบแฟนในช่วงสำคัญแบบนี้? แล้วยังจะพามาบ้านอีก?” หลิวกุ้ยอิงถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

หลินเยี่ยนก้มหน้าพูดเสียงอ่อย “ก็เพราะฉันจะไปต่างถิ่น ฉันเลยอยากให้ทั้งสองคนมั่นใจกัน จะได้ไม่คิดมากในช่วงที่ต้องอยู่ห่างกัน และต่างคนต่างทำงานได้อย่างสบายใจ”

หลิวกุ้ยอิงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เซี่ยเหลยดึงแขนหลิวกุ้ยอิงไว้ บอกให้หล่อนอย่าจริงจังมากนัก

“เสี่ยวเยี่ยน เธอก็โตเป็นสาวแล้ว การมีแฟนเป็นเรื่องปกติ พวกเราก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าเสี่ยวลู่มีใจให้เธอ” เซี่ยเหลยพูดพลางยิ้ม “เสี่ยวลู่ทำงานอยู่ใต้บังคับบัญชาของอารองเธอ เขาเป็นหนุ่มที่ดี ขยันและซื่อสัตย์ หน้าตาก็หล่อเหลา อารองเธอก็ชื่นชมเขามาก เมื่อก่อนเขาก็อยู่กองทัพเดียวกับพี่เขยของเธอ หนุ่มแบบนี้นิสัยคงไม่แย่หรอก เธอมีรสนิยมดีนะ”

“แต่” เซี่ยเหลยพูดพลางยิ้ม มองหลิวกุ้ยอิงแวบหนึ่ง แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด “แม่ของเธอก็มีความคิดส่วนตัว กลัวว่าเธอยังเด็กเกินไป จะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ ตอนนี้เธออยู่ในช่วงที่อาชีพกำลังก้าวหน้า ไปเรียนเพิ่มเติมที่เซี่ยงไฮ้กลับมา พี่สาวเธอจะต้องใช้งานเธอแน่นอน จะพาเธอทำงานใหญ่ เธอจะคบแฟนก็ได้ แต่อย่าให้กระทบงานเด็ดขาดนะ ตกลงไหม?”

หลินเยี่ยนรีบตอบ “ลุงเซี่ย ฉันจะไม่ปล่อยให้กระทบงานแน่นอนค่ะ ลู่เจิ้งอวี่ก็สนับสนุนให้ฉันไปเรียนเพิ่มเติมมาก เขาบอกว่าในอนาคตจะสนับสนุนงานของฉันอย่างเต็มที่ เขาก็เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานเหมือนกัน พวกเราจะคอยดูแลกันและกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ”

เซี่ยเหลยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มพลางตอบรับ “งั้นก็ดีแล้ว พี่สาวเธอลงทะเบียนให้พวกเธอแล้วใช่ไหม?”

หลินเยี่ยนพยักหน้า “ใช่ค่ะ ลงทะเบียนแล้ว ส่งเอกสารไปหมดแล้วด้วย ออกเดินทางปลายเดือนนี้ ต้องรายงานตัววันที่ 1 เมษายน”

เซี่ยเหลยมองปฏิทินแบบฉีกบนผนัง แล้วพูดยิ้มๆ “งั้นก็ยังเหลือเวลาอีกเกือบครึ่งเดือนนะ งั้นทำแบบนี้ ก่อนที่เธอจะออกเดินทาง หาเวลาพาเสี่ยวลู่มาที่บ้านสักครั้ง ลุงกับแม่เธอจะทำอาหาร แล้วพวกเรากินข้าวด้วยกัน”

หลิวกุ้ยอิงมีสีหน้าไม่ค่อยดี เซี่ยเหลยพูดต่อ

“ถึงแม้ว่าพวกเธอคนหนุ่มสาวสมัยนี้จะคบกันแบบอิสระ แต่พวกเราก็ต้องทำตามประเพณีดั้งเดิม พวกเราจะคุยกับเขาก่อน ช่วยดูท่าทีเขาหน่อย แล้วค่อยๆ คบกันไป”

“ขอบคุณลุงเซี่ยค่ะ” หลินเยี่ยนมองเขาอย่างซาบซึ้ง น้ำตาคลอเบ้า “ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”

ลุงเซี่ยเหมือนพ่อของหล่อน อ่อนโยนและเป็นที่พึ่งได้

เมื่อตอนเด็ก หากเจอเรื่องไม่สบายใจอะไร พอเล่าให้พ่อฟัง พ่อมักจะยิ้มแย้มแจ่มใส พูดปลอบโยนหล่อนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ช่วยแก้ไขปัญหาให้หล่อน

ต่อมาพ่อของหล่อนได้เสียชีวิตลง หล่อนรู้สึกราวกับฟ้าถล่ม

หล่อนกับแม่กลายเป็นคนชายขอบในครอบครัว

ไม่มีใครสนใจว่าพวกหล่อนคิดอะไรอยู่ในใจ มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า ทำงานเหนื่อยไหม ตอนที่มือโดนน้ำแข็งกัดเป็นแผลก็ไม่มีใครใส่ใจซื้อยาให้

ตอนนี้ลุงเซี่ยห่วงใยหล่อนเหมือนพ่อ คอยดูแลเรื่องสำคัญๆ ให้หล่อน ตัดสินใจแทนหล่อน หล่อนรู้สึกซาบซึ้งใจและมีความสุขมาก

รู้สึกอุ่นใจว่าตัวเองก็เป็นเด็กที่มีคนดูแล มีคนรักใคร่เอ็นดูเหมือนกัน

แต่ในเมื่อแม่ของตนยังไม่แสดงท่าที หลินเยี่ยนก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจ

หล่อนค่อยๆ มองไปทางหลิวกุ้ยอิงอย่างระมัดระวัง

คำพูดของเซี่ยเหลยนั้นพอเหมาะพอดี หลิวกุ้ยอิง ก็แสดงความเห็นด้วย หล่อนเอ่ยปากว่า “ฟังลุงเซี่ยเถอะ เดี๋ยวหาเวลาพาเสี่ยวลู่กลับมากินข้าวสักมื้อนะ”

ในฐานะแม่ หล่อนจะแสดงความคิดเห็นของตัวเองในเวลาที่เหมาะสม

หลินเยี่ยนได้ยินดังนั้น ในที่สุดก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใบหน้าเผยรอยยิ้ม “ดีแล้ว ฉันเข้าใจแล้ว”

หลังจากรับทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสามคนออกจากบ้านไปทำงานด้วยกัน เมื่อถึงประตูและกำลังจะแยกย้าย หลิวกุ้ยอิงเรียกหลินเยี่ยนไว้ และเตือนหล่อนว่า “ทำงานให้ดีนะ ตอนทำงานอย่าคิดเรื่องไร้สาระ ต้อนรับลูกค้าด้วยความกระตือรือร้นด้วย”

“แม่ ฉันจำได้แล้ว”

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

ผู้ใหญ่ไฟเขียวยอมให้คบแฟนแล้วก็แบ่งหน้าที่ให้ดีนะเสี่ยวเยี่ยน อย่าให้เสียการเสียงาน

ไหหม่า(海馬)

………………..

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 924 ขอบคุณคุณจริงๆ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

ฺBrowniee

    © 2020 - 2023 browniee@บราวนี่ออนไลน์
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “browniee.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to บราวนี่ออนไลน์ นิยายอ่านฟรีทุกวัน