ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 873 ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งจะทำอะไรยิ่งใหญ่ได้?
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 873 ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งจะทำอะไรยิ่งใหญ่ได้?
ตอนที่ 873 ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งจะทำอะไรยิ่งใหญ่ได้?
………………..
ตอนที่ 873 ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งจะทำอะไรยิ่งใหญ่ได้?
หลังทราบว่าหลินเซี่ยเกือบถูกคนชั่วลวนลาม สองผู้เฒ่าตระกูลเฉินและเฉินเจียวั่งก็นั่งไม่ติดบ้าน ตั้งใจจะไปเยี่ยมหลินเซี่ย
หลานสะใภ้ของพวกเขาคงตกใจมาก ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องไปเยี่ยมเพื่อปลอบประโลมเธอ
เฉินเจิ้นเจียงห้ามพวกเขาไว้ “พ่อ แม่ เซี่ยเซี่ยไม่เป็นไรแล้ว เรื่องนี้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเถอะ อย่าไปถามอะไรเลย พวกเราจะจัดการเอง”
คุณย่าเฉินพูดอย่างร้อนรน “จะทำแบบนั้นได้ยังไง? เซี่ยเซี่ยตกใจมาก พวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ไม่ไปดูแลหล่อนหน่อย แล้วจะนับว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของหล่อนได้ยังไง?”
อากาศข้างนอกกำลังหนาวเหน็บ เฉินเจิ้นเจียงไม่อยากให้คนแก่ลำบาก แน่นอนว่าเขาก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามใหญ่โต เพราะคำพูดของคนอื่นน่ากลัวเกินไป แม้หลินเซี่ยจะแค่ตกใจนิดหน่อย และไม่มีใครทำอะไรสำเร็จ แต่ถ้าคนอื่นได้ยินเข้า ใครจะรู้ว่าพวกเขาจะวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างไรบ้าง
เขาแสดงท่าทีแข็งกร้าว ไม่ให้คนแก่ออกไปข้างนอก “พอเถอะ ได้โปรดฟังผม อย่าออกไปเลย เดี๋ยวผมจะให้ลี่หรงพาเซี่ยเซี่ยกับเสี่ยวหู่มาอยู่ที่บ้านเรา”
บ้านของเฉินเจียเหออยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่ไม่มีการกันเสียงเลย พอคนในบ้านพูดคุยกันเสียงดัง คนที่ระเบียงและชั้นล่างก็ได้ยินชัดเจน
คุณพ่อของเขาถึงจะอายุมากแล้ว แต่พอเจอปัญหาก็ยังใจร้อนและเสียงดังเหมือนเดิม
ถ้าคนอื่นได้ยินเรื่องราวทั้งหมดก็คงดี แต่น่ากลัวว่าจะได้ยินแค่สองสามประโยค ก่อนเอาไปใส่สีตีไข่แล้วไปเล่าต่อข้างนอก
คุณปู่คุณย่าตระกูลเฉินได้ยินเฉินเจิ้นเจียงบอกว่าจะพาแม่ลูกหลินเซี่ยมาอยู่ด้วย พวกเขาถึงได้ล้มเลิกความคิดที่จะไปเยี่ยม
ผู้เฒ่าเฉินกล่าว “ได้ งั้นเธอจัดการเรื่องนี้หน่อย ถามพวกเขาว่าจะมาเมื่อไหร่ ฉันจะให้คนขับรถไปรับ”
เฉินเจิ้นเจียงได้ยินคำพูดของพ่อผู้ชราแล้วก็หัวเราะ พลางเอ่ยหยอกล้อ “พ่อครับ ช่วงนี้พ่อละเมิดหลักการของตัวเองหลายครั้งแล้วนะ”
ทุกครั้งที่เหลนของเขาจะมา เขาก็ให้คนขับรถไปรับทุกที
เฉินเจียวั่งพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้างๆ
เมื่อก่อนนี้คุณปู่ของเขายอมละเมิดหลักการเพื่อเขาคนเดียวเท่านั้น
ตั้งแต่ร่างกายของเขาฟื้นตัว ก็ไม่ได้รับการปฏิบัติแบบนั้นอีกเลย
ผู้เฒ่าเฉินทำหน้าขรึม ไม่ยอมรับว่าตัวเองละเมิดหลักการ กล่าวว่า “ฉันนั่งรถออกไปทำธุระ แล้วแวะรับพวกเขากลับมาด้วยก็ได้ใช่ไหม?”
“ได้ครับ งั้นคุณก็แวะรับพวกเขากลับมาด้วยนะครับ”
ตอนกลางคืน เฉินเจิ้นเจียงโทรไปหาเฉินเจียเหอ บอกโจวลี่หรงว่าอยากให้หล่อนพาหลินเซี่ยกับเด็กๆ มาพักที่บ้าน
เฉินเจิ้นเจียงไม่ได้พูดถึงเรื่องที่หวังจื้อกังมาขอร้อง
ยิ่งไม่ได้บอกพวกเธอว่าบรรดาผู้ใหญ่รู้เรื่องนี้แล้ว
เขาแค่บอกว่าอากาศหนาวแบบนี้ คุณย่าทำอาหารลำบาก หากเกิดอุบัติเหตุแล้วจะยุ่งยาก เลยอยากให้โจวลี่หรงกับหลินเซี่ยกลับมา คนแก่กับเด็กอยู่ด้วยกัน มีพวกเขาดูแลจะสะดวกกว่า
โจวลี่หรงรับคำ บอกว่าจะปรึกษากับหลินเซี่ย
เฉินเจิ้นเจียงมีท่าทีแข็งกร้าวเช่นกัน ตัดสินใจทันทีว่า “ไม่ต้องปรึกษาแล้ว บอกเซี่ยเซี่ยให้เก็บของก็พอ คุณปู่คงจะไปรับพวกคุณพรุ่งนี้เช้า”
“ได้ค่ะ”
ในเมื่อคุณปู่จะมารับด้วยตัวเอง จะมีเหตุผลอะไรไม่กลับบ้านล่ะ?
หลังจากโจวลี่หรงบอกเรื่องนี้กับหลินเซี่ย ปฏิกิริยาแรกของหลินเซี่ยคือ “แม่คะ คุณปู่คุณย่าคงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้แล้วล่ะ”
“พ่อของลูกไม่ได้พูดถึงเลยนะ” โจวลี่หรงส่ายหน้า “คงเป็นเพราะคิดถึงเด็กๆ และอยากให้เราไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า ไม่งั้นคุณย่าก็ต้องทำอาหารเอง”
แต่หลินเซี่ยกลับคิดต่างจากโจวลี่หรง “ต้องรู้แล้วแน่ๆ ไม่งั้นคุณปู่คงไม่มารับด้วยตัวเองหรอกค่ะ”
โจวลี่หรงพูดว่า “เรากลับไปอยู่บ้านนั้นกันเถอะ ถ้าพวกท่านรู้จริงๆ ก็คงจะเป็นห่วงมาก ถ้าเราไม่กลับ คุณปู่คุณย่าต้องมาดูลูกที่บ้านแน่ๆ ถ้ามีอะไรเราค่อยกลับไปคุยกัน”
แน่นอนว่าในวันรุ่งขึ้นตอนเช้า ผู้เฒ่าเฉินก็มาถึงแต่เช้าตรู่
โชคดีที่เมื่อคืนโจวลี่หรงกับหลินเซี่ยจัดกระเป๋าเดินทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่ผู้เฒ่าเฉินมาถึง เขาก็นั่งรถของตัวเองกลับบ้านไปเลย
……………………………….
เฉินเจียซิ่งได้ล้างรูปพรีเวดดิ้งที่ถ่ายให้พวกหลินจินซานเสร็จแล้ว เมื่อวานนี้จึงโทรให้พวกเขามารับรูป
ร้านเช่าชุดแต่งงานมีกรอบรูปให้เลือก ซึ่งหลินจินซานก็ได้เลือกกรอบรูปที่ถูกใจไว้แล้ว เฉินเจียซิ่งจึงใส่รูปลงในกรอบให้พวกเขาเรียบร้อย
กรอบรูปขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงนั้น ทันทีที่หลินจินซานเข้ามา เขาก็เห็นรูปสวยๆ ของตัวเองกับชุนฟาง
“ทำไมคุณมาคนเดียวล่ะ? น้องสะใภ้ล่ะ?” เฉินเจียซิ่งไม่เห็นชุนฟาง จึงถามหลินจินซานพร้อมรอยยิ้ม
หลินจินซานถอนหายใจ “อย่าพูดถึงเลย ช่วงนี้หล่อนไม่ว่าง”
ชุนฟางกลัวว่าตำรวจอาจจะมาที่ร้านเพื่อสอบสวนพวกเขาได้ทุกเมื่อ ดังนั้นหล่อนจึงไม่ไปไหนเลย คอยเฝ้าอยู่ที่ร้าน
แน่นอนว่าหล่อนก็กลัวว่าถ้าตัวเองซึ่งเป็นผู้จัดการร้านไม่อยู่ ลูกมือสาวสองคนนั้นคงจัดการอะไรไม่ได้
นอกจากจะสูญเสียลูกค้าแล้ว หล่อนยังกลัวว่าจะมีคนมาก่อกวนที่ร้านเพื่อแก้แค้น ในฐานะผู้จัดการร้าน หล่อนจึงจำเป็นต้องอยู่เฝ้า
“ถ่ายออกมาดีนี่” หลินจินซานพิจารณากรอบรูปที่ตั้งอยู่ พยักหน้าอย่างพอใจ “ดีมาก แสดงให้เห็นถึงความหล่อของผมและความสวยของชุนฟางได้อย่างชัดเจน”
หลินจินซานแสดงความพอใจอย่างมาก เฉินเจียซิ่งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขาได้เรียนรู้แล้วว่าคนคนนี้เอาใจยากแค่ไหนตอนถ่ายรูป
การได้รับคำชมที่พอใจจากเขา ทำให้เขารู้สึกสบายใจ
เฉินเจียซิ่งยิ้มและเชิญเขาเข้าไปข้างใน “คุณลองมาดูทางนี้สิครับ เราจะมอบอัลบั้มรูปให้คุณด้วย รูปอื่นๆ ทั้งหมดอยู่ในอัลบั้ม คุณเอาไปดูได้อีก เราจะให้ฟิล์มกับคุณด้วย ถ้าภายหลังคุณอยากล้างรูปเพิ่ม ก็แค่เอาฟิล์มมาล้างก็พอ”
เฉินเจียซิ่งมอบอัลบั้มรูปให้หลินจินซาน
หลินจินซานเปิดดูสองสามหน้า ภายในมีรูปถ่ายขนาดเล็กหลายใบ แสดงให้เห็นเสื้อผ้าหลากหลายชุด แต่ละภาพล้วนสวยงาม
หลินจินซานมองดูจนตาลายด้วยความพึงพอใจอย่างมาก เขาตบไหล่เฉินเจียซิ่งพลางยิ้มพูดว่า “พี่เจียซิ่ง ไม่นึกเลยนะว่าคุณจะเชี่ยวชาญมากขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ผมดูถูกคุณแล้วจริงๆ”
เฉินเจียซิ่งทำหน้าภูมิใจปนน้อยใจ “คุณก็ดูถูกผมไม่ใช่เหรอ? ผมบอกคุณเลยว่าคุณกำลังมองผมผ่านช่องแคบๆ ก็เลยเห็นผมเป็นคนใจคอคับแคบไปด้วย ผมเฉินเจียซิ่งก็เป็นคนมีความสามารถนะ แค่ก่อนหน้านี้เจอคนไม่ดีเลยเดินผิดทางไปหน่อยเท่านั้นเอง”
หลินจินซานไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเฉินเจียซิ่ง “คุณไม่ควรโทษว่าการกระทำผิดทั้งหมดในอดีตของคุณเป็นเพราะเจอคนไม่ดีนะ อันดับแรก คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คุณเป็นคนแบบไหนก็จะเจอคนแบบนั้น วงสังคมของคนเราสำคัญมาก”
นี่คือสิ่งที่เซี่ยไห่พูดตอนประชุมกับพวกเขา
หลินจินซานรู้สึกว่ามันถูกต้องมาก
ดวงตาของเฉินเจียซิ่งวูบไหวเล็กน้อย เขาโบกมือ
“ใช่ๆๆ คุณพูดถูก เราไม่พูดเรื่องนี้แล้วกัน”
เฉินเจียซิ่งพอใจกับผลงานของตัวเองมาก เขาอยู่เป็นเพื่อนหลินจินซานดูรูปในอัลบั้มอีกรอบ
ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่ารูปพรีเวดดิ้งที่เขาถ่ายให้พวกหลินจินซานสวยกว่าที่เคยถ่ายมาก่อนหน้านี้
ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่สี หรือการใช้โฟกัส ทุกอย่างช่างสมบูรณ์แบบ
เขาดูนาฬิกาแล้วพึมพำ “ทำไมพี่สะใภ้ใหญ่ยังไม่มาล่ะ? น่าจะให้หล่อนมาดูด้วย ดูว่าทักษะการถ่ายภาพของฉันพัฒนาขึ้นหรือเปล่า”
เฉินเจียซิ่งมีสีหน้ามั่นใจ แค่หลินเซี่ยเห็นรูปพรีเวดดิ้งที่เขาถ่ายให้หลินจินซาน เธอจะต้องชูนิ้วโป้งและชมเชยเขาแน่นอน
หลินเซี่ยเป็นเจ้านายของเขา ดังนั้นสิ่งที่เฉินเจียซิ่งต้องการมากที่สุดคือการยอมรับจากหลินเซี่ย
อีกอย่างเมื่อก่อนเขามักจะอัดอั้นตันใจต่อหน้าหลินเซี่ย ตอนนั้นพวกเขาอยู่ในสถานะเป็นศัตรูกัน เฉินเจียซิ่งจึงยิ่งอยากพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าหลินเซี่ย
พอพูดถึงหลินเซี่ย หลินจินซานก็หลุบตาลงพูดว่า “น้องสาวของฉันอารมณ์ไม่ดี ให้หล่อนพักผ่อนอยู่บ้านเถอะ”
“ทำไมถึงอารมณ์ไม่ดีล่ะ?” เฉินเจียซิ่งถามอย่างสงสัย ก็จะเปิดโรงเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะมีอะไรให้อารมณ์ไม่ดีอีก? พวกเราที่เป็นลูกจ้างยังไม่มีอารมณ์ไม่ดีเลย”
หลินจินซานชายตามองเขาแวบหนึ่ง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หล่อนเจอเรื่องใหญ่ขนาดนั้น จะอารมณ์ดีอยู่ได้ยังไง? แค่คิดก็ขนลุกแล้ว”
หลินจินซานมองดูสีหน้าของเฉินเจียซิ่ง ดูเหมือนเขาจะไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับหลินเซี่ย
เขาโบกมือปัดๆ แล้วตอบแบบขอไปที “ไม่มีอะไรหรอก หล่อนแค่เครียดมากไปหน่อย ฉันจะเอารูปกลับไปก่อน แล้วค่อยรีบเอามาแขวนทีหลัง”
วันนี้หลินจินซานตั้งใจยืมรถของเซี่ยไห่มาขนรูป
ด้วยกลัวว่าจะกระแทกเสียหาย เขาจึงอุ้มกรอบรูปใหญ่สองอันอย่างระมัดระวังไปไว้ในกระโปรงหลังรถ จากนั้นก็หยิบอัลบั้มรูปแล้วออกเดินทาง
เฉินเจียซิ่งมองรถซานทาน่าที่แล่นจากไปด้วยความสงสัย เขาเดินเข้าไปในร้านเช่าชุดแต่งงาน แล้วถามหลินเยี่ยนว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลินเซี่ยกันแน่
หลินเยี่ยนก้มหน้าทำงานยุ่ง ตอบไม่รู้เรื่องสักอย่าง
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เฉินเจียซิ่งจึงวิ่งไปที่บ้านพี่ใหญ่ของเขา
ผลคือเคาะประตูบ้านแล้วไม่มีคนเปิด เพื่อนบ้านบอกว่าคุณปู่มารับคนไปแล้ว
เฉินเจียซิ่งจึงรีบกลับบ้านทันที
พอเข้าประตูบ้าน ก็เห็นหลินเซี่ยและโจวลี่หรงกำลังวุ่นวายปูพรมบนพื้น เพื่อจะวางเสี่ยวหู่ลงให้คลาน
เฉินเจียซิ่งมองหลินเซี่ย แล้วพูดตรงๆ “พี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้นหรือครับ? มีเรื่องอะไรเหรอ?”
โจวลี่หรงได้ยินคำพูดของลูกชาย จึงขมวดคิ้ว “ไม่มีอะไรหรอก พี่สะใภ้ของแกจะมีเรื่องอะไรได้”
แต่เฉินเจียซิ่งไม่สนใจโจวลี่หรงเลย ยังคงจ้องมองหลินเซี่ยและถามต่อ “จินซานบอกว่าพี่สะใภ้อารมณ์ไม่ดี บอกว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับพี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หลินเซี่ยรำคาญน้องเขยคนนี้ที่ไม่มีความเป็นส่วนตัวเอาเสียเลย เธอตอบอย่างเย็นชา “เรื่องงานน่ะ นายไม่ต้องถามมาก มันเกี่ยวกับความลับทางธุรกิจ”
“หลินจินซานรู้ได้ แต่ผมรู้ไม่ได้เหรอ?”
ความลับทางธุรกิจ?
เฉินเจียซิ่งหรี่ตาลง ไม่รู้ว่านึกถึงอะไร เขามองหลินเซี่ยแล้วถาม “พี่สะใภ้ครับ เรื่องเปิดโรงเรียนล่มไปแล้วใช่ไหม?”
หลินเซี่ย “???”
เขาเห็นหลินเซี่ยไม่พูดอะไร ก็ทำหน้าเหมือน “ผมรู้แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้” แล้วนั่งลงตบขาตัวเอง
“ผมรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้เธอทำไม่สำเร็จหรอก ไม่ว่าจะมีความสามารถแค่ไหน เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง การเปิดโรงเรียนเป็นเรื่องใหญ่มาก ต้องใช้ทั้งกำลังทรัพย์และความกล้าหาญมากแค่ไหน นี่มันเป็นเรื่องที่ทางการต้องดูแล จะมีเอกชนไหนมาเปิดโรงเรียนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิง”
เขาพูดถึงตรงนี้ แล้วใช้น้ำเสียงปลอบประโลมพูดต่อไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ต่อไปเธอก็อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างสบายใจเถอะ ปีหน้าค่อยจัดอบรมนักเรียนอีกรุ่น หาเงินเล็กๆ น้อยๆ ก็พอแล้ว อย่าคิดเพ้อฝันไปเลย”
หลินเซี่ย “!!!”
…………………………………………………………………………………………………………………………