ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 861 ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถชดเชยได้
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80
- ตอนที่ 861 ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถชดเชยได้
ตอนที่ 861 ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถชดเชยได้
………………..
ตอนที่ 861 ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ไม่สามารถชดเชยได้
ลินดารู้ดีว่าคนที่เซี่ยไห่พูดถึงคือใคร
หล่อนรู้จักเซี่ยอวี่มากว่าสิบปี พวกเขาไม่เพียงแต่เป็นหุ้นส่วนในการทำงาน แต่ยังเป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนรักกันด้วย
พวกหล่อนทั้งสองรู้จักครอบครัวของกันและกันเป็นอย่างดี
แต่ละฝ่ายล้วนเป็นคนโชคร้าย เป็นคนที่ถูกครอบครัวดั้งเดิมทอดทิ้งและทำร้าย
ทว่าในขณะเดียวกันพวกหล่อนก็เป็นคนโชคดี
ทั้งคู่พบกันในช่วงอายุยี่สิบต้นๆ ซึ่งเป็นช่วงที่สวยงามที่สุดของวัยสาว ร่วมกันต่อสู้ดิ้นรนในวงการบันเทิง คอยช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน
จากเด็กสาวที่ขาดความมั่นใจและความรักในตอนแรก จนกระทั่งค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้น จนผู้ชายในวงการนี้ต้องให้ความเคารพพวกหล่อน
พวกหล่อนไม่เพียงแต่แข็งแกร่งในด้านอาชีพการงาน แต่ยังมีสภาพจิตใจแข็งแกร่ง จนไม่มีใครสามารถทำลายพวกหล่อนได้
ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา พวกหล่อนมีแต่งานและอาชีพอยู่ในใจ ยุ่งวุ่นวายจนชาชินในทุกวัน เป็นเหมือนเครื่องจักรทำงานที่ไร้ความรู้สึก
พวกหล่อนคิดว่าตัวเองก้าวผ่านมันมาได้แล้ว
แต่เมื่อลินดามองชายที่เปราะบางตรงหน้า มองใบหน้าที่หมดอาลัยตายอยากของเขา และฟังคำพูดของเขา หล่อนก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก
บาดแผลเหล่านั้นไม่เคยหายสนิท เพียงแค่ถูกปกปิดด้วยความอบอุ่นเท่านั้น
เมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับจิตใจของตัวเอง บาดแผลและความเจ็บปวดจึงยังคงอยู่
หล่อนรู้สึกสงสารคุณแม่เซี่ยหญิงชราร่างผอมบางคนนั้นที่ใช้ร่างกายอันเข้มแข็งของนางค้ำจุนท้องฟ้าให้กับลูก ๆ ของตน
ลินดาปลอบประโลมอารมณ์ของเขาเบา ๆ “อย่าเสียใจไปเลย ฉันคิดว่าน้าเซี่ยคงก้าวผ่านมันมานานแล้ว คุณก็ควรจะก้าวผ่านมันไปด้วย อย่าคิดมากเลย”
เซี่ยไห่มีสีหน้าขมขื่น ส่ายหน้า “ผมเห็นดวงตาบวมแดงของแม่ ผมอยากจะหาตัวคนคนนั้นมาให้ได้ ให้เขาคุกเข่าต่อหน้าแม่ของผม กราบไหว้แม่ของผม”
“แล้วมันจะมีความหมายอะไรล่ะ? มันจะชดเชยอะไรได้บ้าง?” ลินดาส่ายหน้า สีหน้าขมขื่น “มันไม่สามารถชดเชยอะไรได้เลย ความทุกข์ทรมานกว่าสามสิบปีไม่มีใครสามารถชดเชยได้”
เหมือนกับตัวหล่อนเองที่หลังจากถูกส่งไปให้คนอื่นเลี้ยงและต้องทนทุกข์มามากมาย ภายหลังพ่อแม่แท้ ๆ เห็นว่าหล่อนประสบความสำเร็จ ก็วิ่งมาขอรับเป็นญาติ พยายามชดเชยความสัมพันธ์ในครอบครัว
แต่มันจะชดเชยอะไรได้บ้างล่ะ?
ยามที่คนเหล่านั้นปรากฏตัวขึ้นมา มีแต่ทำให้หล่อนรู้สึกขยะแขยงเท่านั้น
ลินดาพูดว่า
“สิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือทำให้คนชรามีความสุขในบั้นปลายชีวิต ให้ลูกหลานรู้จักกตัญญู อย่าให้ความทุกข์ยากในหลายปีที่ผ่านมาของท่านต้องสูญเปล่า”
“รีบไปล้างหน้าแต่งตัวหน่อยสิ ดูสภาพตัวเองตอนนี้เถอะว่าเป็นยังไงบ้าง” ลินดามองเขาอย่างรังเกียจแล้วลุกไปที่ห้องครัว
ผู้ชายคนนี้วิ่งออกมาในสภาพแบบนี้ คงจะยังไม่ได้กินอาหารเช้าแน่ๆ
เซี่ยไห่นั่งอยู่บนโซฟาคนเดียว แต่ก็รู้สึกได้รับการปลอบประโลมจากคำพูดของลินดา
จริงด้วย การตามหาคนคนนั้นจะชดเชยอะไรได้บ้างล่ะ?
สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือการกตัญญูต่อแม่ของเขา
ทำให้นางมีความสุขในบั้นปลายชีวิต
ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานกันเลย เขากลับแสดงด้านที่น่าเกลียดของตัวเองให้ลินดาเห็นเสียแล้ว
ช่างน่าอายจริงๆ
ไม่แปลกเลยที่เมื่อครู่หล่อนจะรังเกียจเขา
เซี่ยไห่รีบล้างหน้าและจัดแต่งทรงผมของตัวเองให้เรียบร้อย พร้อมทั้งจัดการรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดีขึ้น
เขาหาแปรงสีฟันที่ใช้ที่นี่และแปรงฟัน
ไม่นานนัก ลินดาก็นำไข่ดาวสองฟองมาเสิร์ฟให้เขา
นี่เป็นไข่ดาวที่หล่อนเพิ่งทำเสร็จ ซึ่งหล่อนเรียนรู้วิธีทำจากหลินเซี่ย จนได้ไข่ดาวสีทองอร่ามดูน่ารับประทาน
“ที่รัก คุณดีกับผมจังเลย”
เซี่ยไห่โน้มตัวเข้าไปจูบแก้มของหล่อนดังฟอด
ลินดาหันหน้าหนีอย่างต่อต้าน เหลือบมองเขาด้วยสายตาตำหนิ
ลินดาบอกให้เขารีบกินอาหาร ส่วนหล่อนเข้าห้องนอนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ตั้งใจจะไปเยี่ยมคุณแม่เซี่ยที่บ้านตระกูลเซี่ยพร้อมกับเซี่ยไห่
หล่อนเสนอให้โทรหาเซี่ยอวี่ด้วย จะได้กลับบ้านพร้อมกันทั้งหมด บรรยากาศในบ้านจะได้คึกคัก
เซี่ยไห่ลังเลเล็กน้อย คิดว่าเซี่ยอวี่กำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรให้หล่อนตื่นเต้น ถ้าหล่อนรู้ว่าหญิงชราร้องไห้หนักเพราะคนคนนั้น เกรงว่าหล่อนจะโมโหจนระเบิดลง
แต่บางครั้งสายเลือดก็มหัศจรรย์ ราวกับมีสัมผัสทางใจ
พอออกจากประตู เซี่ยไห่ก็ได้รับโทรศัพท์จากเซี่ยอวี่พอดี
หล่อนถามเซี่ยไห่ว่าช่วงนี้คุณแม่เซี่ยเป็นอย่างไรบ้าง
หล่อนกำชับเซี่ยไห่ให้ดูแลคุณแม่เซี่ย ให้นางอยู่ที่บ้าน อย่าไปร้านอาหารบ่อยๆ ตอนนี้ที่นั่นไม่ต้องการความช่วยเหลือของนาง หากเกิดอุบัติเหตุล้มหรือชนอะไรจะยุ่งยาก
ทั้งยังบอกว่าเช้านี้หล่อนคิดถึงแม่มาก กังวลว่าแม่จะดื้อไปช่วยงานที่ร้านอาหาร
เมื่อเซี่ยไห่ได้รับโทรศัพท์จากพี่สาว และอีกฝ่ายถามถึงสภาพของหญิงชรา เขาจึงเล่าเรื่องที่คุณแม่เซี่ยร้องไห้ให้หล่อนฟัง
เซี่ยอวี่ที่อยู่ปลายสายได้ยินคำพูดของเซี่ยไห่แล้วก็เงียบไป
เซี่ยไห่รู้สึกเสียใจที่พูดออกไปโดยไม่ยั้งปาก กลัวว่าเซี่ยอวี่จะอารมณ์แปรปรวน จึงรีบอธิบาย “พี่ อย่ากังวลไปเลย ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว เซี่ยเซี่ยอยู่บ้าน ผมกำลังจะกลับบ้านกับลินดา พวกเราจะอยู่เป็นเพื่อนแม่ให้ท่านร่าเริงขึ้น”
“พวกนายมารับฉันหน่อย” ครู่หนึ่งผ่านไปเซี่ยอวี่จึงพูดขึ้นมา
“หา?” เซี่ยไห่ลำบากใจ “พี่จะทำอะไร? กลับบ้านเหรอ?”
เซี่ยอวี่ตอบรับ “อืม ฉันก็อยากกลับไปเยี่ยมแม่ พอดีเซี่ยเซี่ยกับเสี่ยวหู่ก็อยู่บ้าน ฉันคิดถึงพวกเขาด้วย พวกนายมารับฉันนะ”
เซี่ยไห่จำต้องขับรถไปบ้านตระกูลเย่ก่อน
เย่ไป๋กำลังทำงานอยู่ เซี่ยอวี่อยู่บ้านกับพ่อแม่สามี พอเซี่ยอวี่จะกลับบ้านเกิด หลี่เหม่ยเฟิ่งก็ได้เตรียมเสื้อขนเป็ดและของฝากสำหรับกลับบ้านให้หล่อนเรียบร้อยแล้ว
เมื่อทุกอย่างพร้อม เซี่ยไห่และลินดาก็เข้าไปในบ้าน ซึ่งเย่เจิ้งหัวและหลี่เหม่ยเฟิ่งต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่น
พวกเขาเชิญให้นั่งและบอกว่าให้กินอาหารกลางวันก่อนค่อยกลับ
เซี่ยอวี่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วจึงพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะแม่ พวกเราไปกินข้าวที่บ้านของฉันดีกว่า เซี่ยเซี่ยกับแม่ของฉันอยู่กันสองคนคงเหงา พวกเราไปอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาดีกว่า”
หลี่เหม่ยเฟิ่งยัดกล่องอาหารเสริมนำเข้าใส่มือเซี่ยไห่ “นี่คือของที่ฉันให้เสี่ยวอวี่เอาไปฝากแม่สามี เซี่ยไห่ เธอถือไว้นะ อย่าให้พี่สาวเธอถือของเลย”
“ขอบคุณคุณน้าครับ” เซี่ยไห่ไม่ปฏิเสธน้ำใจของหลี่เหม่ยเฟิ่ง รับมาอย่างสุภาพและกล่าวขอบคุณ ส่วนลินดาพยุงเซี่ยอวี่ แล้วพวกเขาก็ออกเดินทางไปด้วยกัน
เย่เจิ้งหัวและหลี่เหม่ยเฟิ่งส่งหล่อนขึ้นรถ มองดูรถเก๋งขับออกไป พวกเขาจึงเข้าบ้าน
เซี่ยไห่เห็นตระกูลเย่ให้ความสำคัญกับพี่สาวของเขามาก เขาก็รู้สึกปลื้มปีติในใจอย่างยิ่ง
เขารู้สึกโล่งอกที่พี่สาวของเขาได้พบคนที่ใช่ ไม่เพียงแต่เย่ไป๋จะรักหล่อนมาก แต่พ่อแม่สามียังเห็นคุณค่าของหล่อนราวกับสมบัติล้ำค่า
การได้แต่งเข้าครอบครัวแบบนี้ ได้แต่งงานกับผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ นับว่าเป็นโชคดี ไม่เหมือนกับแม่ของพวกเขาที่ต้องเจอกับผู้ชายเลว เพราะอีกฝ่ายไม่รักหล่อน ไม่มีหลักการในการใช้ชีวิต มองหล่อนเป็นเพียงหญ้าไร้ค่า
และยังมองพวกเขาพี่น้องทั้งสามคนเป็นเพียงหญ้าไร้ค่าเช่นกัน
ทันทีที่ขึ้นรถ เซี่ยอวี่ก็ถามเซี่ยไห่ว่า “เกิดอะไรขึ้นกับแม่? แม่ฝันอะไรถึงได้ร้องไห้หนักขนาดนั้น?”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
โชคดีเหลือเกินที่ลูกๆ แต่ละคนมีชีวิตที่ดี ไม่ต้องเผชิญความทุกข์เหมือนรุ่นแม่
ไหหม่า(海馬)
………………..