ทะลุมิติไปเป็นช่างเสริมสวยยุค 80 - ตอนที่ 823 สมภารหนีได้ แต่วัดหนีไม่ได้
ตอนที่ 823 สมภารหนีได้ แต่วัดหนีไม่ได้
………………..
ตอนที่ 823 สมภารหนีได้ แต่วัดหนีไม่ได้
เซี่ยไห่เห็นว่าหวังเว่ยตงเขียนใบรับสภาพหนี้เป็นอย่างดี จึงถามคุณยายหวังว่าใบรับสภาพหนี้ของพวกเขาอยู่ที่ไหน
คุณยายหวังบอกว่าน่าจะมีอยู่สองใบ
ในเมื่อต้องจ่ายเงิน ก็ต้องหาใบรับสภาพหนี้ให้เจอก่อน
“ฉันขอไปหาก่อนนะ” คุณยายหวังค้นหาลิ้นชักตู้ข้างเตียงในบ้าน
นางเป็นคนรู้หนังสือ จึงหยิบใบรับสภาพหนี้ของหลิวกังออกมาจากกองใบรับสภาพหนี้ได้อย่างรวดเร็ว
เซี่ยไห่ตรวจสอบใบรับสภาพหนี้อย่างละเอียด หลังจากยืนยันว่าถูกต้องแล้ว เขาจึงพูดกับหลิวกังและคนอื่นๆ ว่า “ตกลง ผมจะไปเอาเงิน พวกคุณรออยู่ที่นี่แหละ”
หลิวกังยิ้มแล้วพูดว่า “เถ้าแก่เซี่ย พวกเราอย่ารบกวนคุณยายเลย ไปกับคุณด้วยกันเถอะ”
“กลัวฉันหนีหรือไง?”
เซี่ยไห่เม้มริมฝีปาก มองเขาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “ถ้าผมหนี คุณก็ไปอาละวาดที่โรงเต้นรำของผมในตอนกลางคืนสิ”
ใครๆ ก็รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเขากันทั้งนั้น คิดว่าเขาจะหนีงั้นหรือ
ไม่เคยได้ยินหรือไงว่าสมภารหนีได้ แต่วัดหนีไม่ได้
หลินเซี่ยก็ดูออกว่าเถ้าแก่หลิวไม่ไว้ใจพวกเขา
ถ้าเป็นเธอ เธอก็คงไม่ไว้ใจเหมือนกัน
เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ญาติพี่น้องกัน
หลินเซี่ยจึงพูดขึ้นว่า “อารอง ช่างเถอะค่ะ ฉันให้คนเอาเงินมาให้ก็ได้”
“ใช่ ๆ ให้คนเอาเงินมาให้ดีกว่า” เซี่ยไห่รั้งหลินเซี่ยที่กำลังจะโทรศัพท์ไว้ แล้วโทรหาลู่เจิ้งอวี่เอง
คนที่ดูแลเรื่องบัญชีของหลินเซี่ยล้วนเป็นผู้หญิง การพกเงินสดจำนวนมากมาแบบนี้จึงไม่ค่อยปลอดภัย
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ลู่เจิ้งอวี่ก็มาถึงตรอกเหอผิงได้สำเร็จ
เขาขี่มอเตอร์ไซค์มา ใบหน้าคมคายแดงก่ำเพราะความหนาว เขาอาศัยที่อยู่ที่เซี่ยไห่ให้มา ค่อยๆ ตามทางมาเรื่อยๆ พอเข้ามาในลานบ้านก็จามไม่หยุด
ลู่เจิ้งอวี่กวาดตามองไปรอบๆ ลานบ้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น มองดูชายฉกรรจ์หลายคนที่รูปร่างกำยำ รวมถึงหญิงชราหลังค่อมด้วยความสงสัย
ถึงแม้ในใจจะเต็มไปด้วยคำถาม แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากอะไรออกมา เพียงยืนนิ่งอยู่ข้างๆ
เซี่ยไห่รับเงินมาแล้วส่งซองจดหมายให้หลิวกังทันที “ลองนับดูสิ”
บนใบหน้าของหลิวกังยังคงมีรอยยิ้มประจบประแจง เขารับซองจดหมายมาด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย พอนับเงินข้างในดูก็พบว่ามีครบสามพันหยวน
“ขอดูหน่อย ในใบรับสภาพหนี้เขียนไว้สามพันหนึ่งร้อยยี่สิบหยวนใช่ไหม”
เซี่ยไห่หยิบกระเป๋าเงินออกมา หยิบเงินอีกหนึ่งร้อยยี่สิบหยวนส่งให้เขา “ถือว่าหมดหนี้กันแล้วนะ”
หลิวกังไม่กล้ารับไว้ “เถ้าแก่เซี่ย ผมบอกแล้วไงว่าเศษเงินน่ะไม่ต้อง”
“ไม่เป็นไร ผมไม่ขาดเงิน”
เซี่ยไห่ยืนกรานที่จะมอบเงินให้หลิวกัง จากนั้นก็ฉีกใบรับสภาพหนี้ต่อหน้าเขา
“โอ้ ได้ครับ” หลิวกังลูบกระเป๋าแต่หาปากกาไม่เจอ “ผมไปหาก่อน”
คุณยายหวังหยิบปากกาหมึกซึมจากกระบอกใส่ปากกาของตัวเอง เนื่องจากไม่ได้ใช้มานาน หมึกจึงไม่ไหล นางจัดการดูดหมึกใหม่อย่างคล่องแคล่ว เช็ดให้สะอาดแล้วส่งให้
จากนั้นก็หยิบซองจดหมายออกมาจากลิ้นชัก
แม้ว่าในบ้านจะมีแค่คุณยายคนเดียว แต่อุปกรณ์เครื่องเขียนทุกอย่างก็มีพร้อมสรรพ
หลิวกังเขียนใบเสร็จแล้ว เซี่ยไห่ก็เก็บใบเสร็จไว้เอง
นี่คือหลักฐานสำหรับให้หวังเว่ยตงคืนเงินในอนาคต
เซี่ยไห่พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ชำระเรียบร้อยแล้วนะ ต่อไปอย่ามารบกวนชีวิตแม่บุญธรรมของผมอีก”
“ครับๆ” หลิวกังพูดคุยสนิทสนมกับเซี่ยไห่สองสามประโยค เล่าถึงความลำบากของตัวเอง แล้วก็พาลูกน้องจากไป
“เสี่ยวเซี่ย เสี่ยวหลิน ฉันจะว่าอย่างไรกับพวกเธอดี?” คุณยายหวังน้ำตาคลอเสียงสั่นเครือขณะมองพวกเขา มือเหี่ยวย่นสั่นเทา
หลินเซี่ยประคองคุณยายไว้ “คุณยายไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ พวกเราบังเอิญเจอกันแบบนี้ คงปล่อยให้พวกนั้นมารบกวนคุณยายไม่ได้หรอก”
คุณยายหวังถามพวกเขา “พวกเธอพักอยู่ที่ไหน บอกที่อยู่มาหน่อย ฉันต้องหาทางคืนเงินจำนวนนี้ให้พวกเธอให้ได้”
“คุณยายคะ สามีฉันทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตรถยนต์เมืองไห่เฉิง บ้านฉันอยู่ที่แฟลตของโรงงาน ใกล้ๆ กับคุณยายนี่เองค่ะ”
หลินเซี่ยบอกบ้านเลขที่อย่างละเอียดให้คุณยายหวังฟัง
คุณยายหวังกลัวว่าจะจำไม่ได้ จึงจดลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ
เห็นความตั้งใจของคุณยายแบบนี้ หลินเซี่ยก็รู้สึกซาบซึ้งและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
คนแก่แบบนี้ เลี้ยงลูกชายมาย่อมไม่แย่ไปกว่ากันหรอก
ถึงต่อให้ซื้อที่ดินไม่ได้ แต่เงินก้อนนี้อย่างไรก็ต้องได้คืน
หลังจากเซี่ยไห่กับหลินเซี่ยออกมาจากบ้านตระกูลหวัง ลู่เจิ้งอวี่จึงกล้าเอ่ยถามอย่างระแวดระวังว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เซี่ยไห่เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จึงไม่ได้สนใจเขา
หลินเซี่ยเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ว่า “ฉันตั้งใจจะซื้อที่ดินผืนนี้เพื่อสร้างโรงเรียน ที่ดินผืนนี้เป็นของบ้านคุณยายผู้นี้ แต่พวกเขาไม่ยอมขาย ดันมาเจอเจ้าหนี้ทวงหนี้ เลยช่วยพวกเขาใช้หนี้ไปก่อน”
“ตกลง”
“งั้นผมขี่รถกลับก่อนนะครับ”
หลังจากลู่เจิ้งอวี่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป หลินเซี่ยก็หันไปมองเซี่ยไห่ แล้วถามว่า “อารอง เมื่อกี้ลู่เจิ้งอวี่เรียกฉันว่าอะไรนะ?”
เซี่ยไห่ยังคงเหม่อลอย บอกว่าไม่ได้ยิน
หลินเซี่ยเอียงคอครุ่นคิด ลู่เจิ้งอวี่เรียกเธอว่าพี่สาวเซี่ยเซี่ยงั้นเหรอ
ไม่เรียกพี่สะใภ้แล้ว?
ประเด็นคือเธออายุน้อยกว่าลู่เจิ้งอวี่ จะเรียกว่าพี่สาวได้อย่างไร
เว้นแต่…..
หลินเซี่ยมองรถมอเตอร์ไซค์ที่แล่นออกไปจากตรอก มุมปากระบายยิ้ม
เซี่ยไห่เดินมาที่รถของตัวเอง เขาหรี่ตามองหลินเซี่ยแล้วถามว่า “เซี่ยเซี่ย เธอบอกหน่อยสิว่าคุณยายคนนั้นจะใจอ่อนเพราะพวกเราช่วยใช้หนี้ให้ลูกชายแก ยอมพูดจนลูกชายแกขายที่ดินให้พวกเราไหม?”
“รออีกสองสามวันก็แล้วกัน ช่วงนี้อากาศหนาว ฉันอยากอยู่บ้านสักสองสามวัน อยากอยู่กับลูก ๆ”
ได้ยินคำพูดของหลินเซี่ย เซี่ยไห่ก็มองเธอด้วยแววตาคาดหวัง รีบพูดว่า “งั้นเรากลับไปอยู่บ้านกันเถอะ ช่วงนี้อากาศก็หนาว บ้านช่องก็เงียบเหงา คุณแม่เองช่วงนี้ก็ดูซึม ๆ”
หลินเซี่ยพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ “คงไม่ได้หรอกค่ะ บ้านเราไกลจากโรงเรียนของหู่จือเกินไป อีกอย่างเฉินเจียเหอเองก็ต้องวิ่งไปวิ่งมา”
เซี่ยไห่เสนอว่า “งั้นให้เจียเหออยู่กับหู่จือที่นี่ ส่วนเธอกลับไปบ้านเราพร้อมเสี่ยวหู่”
หลินเซี่ยยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า “ฉันไปไหน พวกเขาก็ไปด้วย”
ที่จริงแล้วเธอเป็นห่วงเฉินเจียเหอและหู่จือ ส่วนตัวเธอพาเสี่ยวหู่ไปไหนมาไหนก็ได้ไม่มีปัญหา
เซี่ยไห่ทำตาขวาง แล้วบ่นว่าเฉินเจียเหอเป็นเหมือนปลิง
“อารอง อีกไม่กี่วันฉันค่อยกลับบ้าน เจียเหอทำงานหนักมากช่วงนี้ หู่จือก็ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน กลัวว่าเด็กๆ จะหนาวแย่ระหว่างทาง พวกเรากลับไปอยู่บ้านเราก่อนสักพัก พวกเขาจะได้ประหยัดเวลา เดินทางสะดวกขึ้นหน่อย”
“ก็ได้ ตามใจ อยากทำอะไรก็ทำเลย”
เซี่ยไห่เปิดประตูรถแล้วเข้าไป หลินเซี่ยรีบตามขึ้นรถไป
เซี่ยไห่ไม่สนใจเธอ หันไปสตาร์ทรถ
หลินเซี่ยนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ มองไปที่เซี่ยไห่ที่กำลังขับรถอยู่ ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างออก
“อ้อ ใช่แล้ว อารอง จางเหมยดูเหมือนไม่ได้ติดต่อฉันมาหลายเดือนแล้ว หล่อนติดต่อคุณบ้างไหม?”
เมื่อพูดถึงจางเหมย สีหน้าของเซี่ยไห่ก็หม่นลง เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่มีนะ”
“แล้วทำไมหล่อนถึงไม่มาเยี่ยมหู่จือหลายเดือนแล้วล่ะ? ก่อนหน้านี้หล่อนกระตือรือร้นมาทุกเดือน ครั้งนี้ดูเหมือนว่าครั้งสุดท้ายที่ฉันพาหล่อนไปที่หน้าประตูโรงเรียนในวันเปิดเทอมของหู่จือ หล่อนมองดูหู่จือสักพัก หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลย”
หลินเซี่ยตระหนักว่าจางเหมยไม่ได้ปรากฏตัวเกือบสามเดือนแล้ว เธอจึงอดคิดวุ่นวายไม่ได้ “จะเกิดอะไรขึ้นกับหล่อนหรือเปล่านะ?”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
หมดหนี้ไปก้อนหนึ่ง แลกกับการซื้อคอนเนคชันมาอีกหนึ่ง
จางเหมยไม่มาหาหู่จือแล้วเหรอ เกิดอะไรขึ้นกันนะ หรือว่าคิดได้แล้ว?
ไหหม่า(海馬)