ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 786 ตอนพิเศษ ไปจากเมืองหลวง
ตอนที่ 786 ตอนพิเศษ : ไปจากเมืองหลวง
“เสด็จแม่ มิน่าเสด็จพ่อถึงรับสั่งว่าเสด็จแม่คือผลไม้แห่ง
ความสุข ลูกพูดคุยกับเสด็แม่เพียงชั่วครู่ จิตใจของลูกก็ดีขึ้นมาก
เสด็จแม่ทรงมิใช่แค่ผลไม้แห่งความสุขของเสด็จพ่อเท่านั้น ยังทรง
เป็นผลไม้แห่งความสุขของพวกเราด้วย”
หลิงอวี้จื้อมองเซียวหนิงเขม็ง
“มีอย่างที่ไหนถึงได้สาธยายถึงมารดาของตนเองเช่นนี้? พรุ่งนี้
เซียงหนานก็จะไปแล้ว เจ้าไตร่ตรองให้รอบคอบก็แล้วกัน อย่าให้
ตนเองต้องเสียใจภายหลังได้ เพราะเมื่อเจ้ามีอะไรติดค้างอยู่ในใจ
มันอาจกลายเป็นความเสียใจไปตลอดชีวิต คนเราเกิดมาบนโลกใบ
นี้จะได้พบใครสักคนที่มีใจรักใคร่กันและกัน มันไม่ง่ายเลย”
“ลูกข้าใจดีเพคะ”
สิ่งที่ควรจะพูดก็ได้พูดออกไปหมดแล้ว หลิงอวี้จื้อจึงไม่พูด
อะไรอีก เรื่องของความรู้สึกนางมิอาจตัดสินใจแทนเซียวหนิงได้
ได้แต่หวังว่าเซียวหนิงจะตัดสินใจเลือกด้วยตัวเอง
หลังจากรับมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อย เซียวหนิงก็กลับตำหนัก คืนนี้
นางรู้ดีว่าตนเองคงจะนอนไม่หลับเป็นแน่แล้ว ดังนั้นจึงนั่งพิงบน
เก้าอี้ตัวนุ่มท่าทางหมดอาลัยตายอยาก ขณะที่เหม่อมองบนเพดาน
อย่างเหม่อลอย
นางไม่รู้ว่าเซียงหนานกลับไปครั้งนี้แล้วจะเป็นเช่นไร หากว่าตา
มหาไหมหิมะเทียนซานไม่เจอ นางก็จะไม่ไปหามู่หรงเซียงหนาน
อีกต่อไป แต่หากว่าหาเจอล่ะ นางก็ไม่รู้อีกว่าหลังจากบอกความจริง
กับมู่หรงเซียงหนานไปแล้ว เขาจะยังให้อภัยนางอยู่อีกหรือไม่
ไม่ว่าจะอย่างไร วันพรุ่งนี้นางคงมิอาจไปส่งมู่หรงเซียงหนานได้
ทำได้เพียงแค่มองดูเขาไปจากเมืองหลวงเท่านั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น มู่หรงเซียงหนานและจูจิ่นก็เดินทางออกจากเมือง
หลวงตั้งแต่เช้าตรู่ เซียวหนิงเองก็นอนไม่หลับทั้งคืน นางนอนลืม
ตาโพลงจนกระทั่งเช้า
ในวันนี้ นางไม่มีกระจิตกระใจที่จะออกจากห้อง จึงเอาแต่ขัง
ตัวเองอยู่ในห้องเท่านั้น ช่วงระยะเวลาสองสามวันนี้นางได้ส่งคน
ไปตามหากู่ไร้รัก ซึ่งเดิมทีผู้ที่ถูกพิษชนิดนี้จะไม่แสดงอาการ ดังนั้น
จึงสามารถแพร่ไปสู่คนใกล้ชิดได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่ากรณีของนาง
ออกจะพิเศษกว่าสักหน่อย ด้วยความที่นางร่างกายอ่อนแอ หมอ
หลวงจึงสั่งยาเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กับนาง เมื่อนางดื่มยาบำรุงที่มี
โสมเป็นส่วนประกอบเข้าไป ซึ่งโสมหักล้างกับกู่อยู่แล้ว ดังนั้นนาง
จึงกระอักเลือดออกมา เมื่อนางกระอักเลือดออกมาจึงได้รู้ว่าตนเอง
ถูกพิษ มิเช่นนั้นเหลียนอีก็ไม่ยอมพูด นางเองก็คงจะไม่มีทางรู้ตัว
เลยแม้แต่น้อย จนกว่าพิษจะกำเริบขึ้นมาจนตายเข้าให้สักวันหนึ่ง
นับว่าเป็นความโชคดีของนางกระมัง เพราะหากว่าจู่ๆ พิษกำเริบ
ขึ้นมา นางคงไม่มีแม้กระทั่งโอกาสที่ช่วยเหลือและชดเชย ทั้งยังจะ
ทำร้ายมู่หรงเซียงหนานอีกด้วย
สิบวันให้หลัง เซียวอวี่ก้าวฉับๆ เข้ามาหาเซียวหนิงอย่างรีบเร่ง
สีหน้าแสดงถึงความดีใจอย่างปกปิดไม่มิด
“พี่ มีข่าวดี พวกเราตามหาไหมหิมะเทียนซานเจอแล้ว”
“จริงหรือ?”
เซียวหนิงที่เดิมทีกำลังทอดกายนอนอยู่บนเตียงอย่างเกียจคร้าน
เมื่อได้ยินข่าวนี้เข้านางก็กระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที
เพราะหลายวันที่ผ่านมาไม่มีข่าวคราวใดๆ เลย นางจึงคิดไปว่า
ตนเองคงจะตายแน่แล้ว นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ กลับได้ข่าวของไหมหิมะ
เทียนซานขึ้นมาในเวลานี้ นางโชคดีจริงๆ ด้วย
“ข้าจะโกหกท่านไปทำไมกัน เรื่องนี้จริงแท้แน่นอน อีกสองสาม
วันมันก็จะถูกส่งมายังเมืองหลวง พี่ ท่านมีทางรอดแล้ว”
“ดวงยังไม่ถึงฆาตนะสิ ข้ายังหลงคิดไปว่าตัวเองต้องตายแน่แล้ว
เสียอีก ไหมหิมะเทียนซานนี่ได้มาจากไหนกัน?”
เซียวหนิงซักถามด้วยความสงสัย เซียวอวี่สีหน้าเจื่อนลงไป
เล็กน้อย แต่เขาก็กลบเกลื่อนเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว
“โชคดีที่สหายของหวังฉือยินดีที่จะช่วยเหลือ”
“ข้าคิดว่าข้าจะต้องขอบคุณเขาให้มากๆ นึกไม่ถึงว่าหวังฉือจะ
ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้”
“ไหมหิมะเทียนซานยังอยู่ระหว่างเดินทางมา หากส่งมาด้วยม้า
เร็วละก็ อีกไม่กี่วันก็จะเดินทางมาถึงยังเมืองหลวง สองสามวันนี้ให้
หมอหลวงมาตรวจอาการพี่ก่อนก็แล้วกัน”
เซียวหนิงพยักหน้า
“อื้ม วางใจเถอะ สองสามวันนี้ข้าจะต้องอดทนผ่านมันไปให้ได้
เจ้าไปสืบให้ข้าทีว่าพี่เซียงหนานเดินทางถึงไหนแล้ว ถึงเฉาโจวแล้ว
หรือยัง?”
“ในสายตาของพี่มีเพียงมู่หรงเซียงหนานอย่างนั้นนะหรือ พอมี
ข่าวของไหมหิมะเทียนซานพี่ก็คิดแต่จะไปหามู่หรงเซียงหนาน เขา
สำคัญกับพี่มากถึงเพียงนั้นเชียว”
“เขาคือคนที่ข้าอยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยไปชั่วชีวิต แล้วเจ้าคิดว่า
สำคัญหรือไม่เล่า ในเมื่อข้าสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไป ข้าก็ต้องบอก
เรื่องนี้ให้เขาได้รู้ ส่วนเขาจะให้อภัยข้าหรือไม่ เป็นเรื่องของเขา แต่
ข้าต้องบอกความจริงกับเขา และเรื่องนี้เจ้าจะต้องช่วยข้าสืบหา”