ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 764 ตอนพิเศษ ยินดีออกเรือน
ตอนที่ 764 ตอนพิเศษ : ยินดีออกเรือน
“สายตาท่านไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ข้าก็รู้สึกว่าหวังฉือไม่เลว หน้าตา
ก็ดี ยังเป็นหนุ่มแน่นมีแวว และมีความทะเยอะทะยานในอุดมการณ์
เป็นบัณฑิตที่อ่อนน้อมถ่อมตน ที่สำคัญคือลูกสาวของเรานี่สิ คนที่
แต่งงานคือนาง หากนางไม่ถูกใจ พวกเราถูกใจไปก็ไม่มีประโยชน์
นะเพคะ”
เซียวเหยี่ยนถามอย่างสงสัย
“ข้าจำได้ว่านางยังไม่มีคนที่ถูกใจนะ”
“นั่นมันตอนก่อนไปเฉาโจว ตอนนี้นางมีคนที่ถูกใจแล้ว แต่ข้า
ได้ยินเซียวอวี่บอกว่า นางถูกปฏิเสธแล้ว”
เซียวเหยี่ยนเดาได้อย่างรวดเร็วว่าคนที่หลิงอวี้จื้อพูดถึงคือใคร
ขมวดคิ้ว
“นางถูกใจมู่หรงเซียงหนาน แล้วยังถูกมู่หรงเซียงหนานปฏิเสธ
แล้วด้วยหรือ”
“สามีข้าฉลาดจริง เรื่องเป็นเช่นนั้นเพคะ ตอนนี้มู่หรงเซียง
หนานปฏิเสธนาง เกรงว่านางคงไม่คิดจะออกเรือนไปสักพัก เรื่องนี้
ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเถิดเพคะ!”
“นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเซียงหนาน”
เซียวเหยี่ยนไม่เคยคิดว่าลูกสาวของตัวเองกับมู่หรงเซียงหนาน
จะเคยติดต่อกัน จึงยังคิดเรื่องนั้นอยู่
ตอนนั้นมู่หรงนี่อวิ๋นรู้สึกอย่างไรกับหลิงอวี้จื้อเขารู้ดี ถึงแม้ว่า
รู้สึกเป็นหนี้มู่หรงนี่อวิ๋น แต่เขาก็ไม่ยินดีที่จะเอาลูกสาวตนเองไป
ตอบแทนบุญคุณของเขา โดยการยกลูกสาวตนเองไปเป็นสะใภ้
ของมู่หรงนี่อวิ๋น
“ขอเพียงเด็ก ๆ รักกัน ก็เป็นเรื่องดี ท่านอย่าใจแคบนักเลย อาเห
ยี่ยน หากพวกเขามีใจให้กัน เรื่องนี้ท่านก็อย่าไปห้ามเลย”
“นางถูกปฏิเสธแล้วมิใช่หรือ ในเมื่อปฏิเสธแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะ
ไปถามหนิงเอ๋อร์ ดูว่าหนิงเอ๋อร์ยินดีแต่งงานกับหวังฉือหรือไม่
อวี้จื้อ ข้าก็หวังให้ลูกสาวได้ใช้ชีวิตมีความสุขเช่นกัน
หากจูจิ่นมาพูดเรื่องการหมั้นหมายเอง เราก็ไม่ปฏิเสธ ถือว่ามู่หร
งเซียงหนานได้กำไร
แต่หากพวกเขามิได้มีเจตนาเช่นนั้น ลูกสาวเราก็ไม่สามารถแต่ง
เข้าบ้านพวกเขาได้ ข้าไม่อยากให้ในอนาคตหนิงเอ๋อร์มีชีวิตอย่างน่า
น้อยเนื้อต ่าใจ เรื่องนี้เจ้าอย่าใจอ่อน ไม่ว่าหนิงเอ๋อร์จะขอร้อง
อย่างไรก็ห้ามรับปาก นอกเสียจากว่าจูจิ่นกับมู่หรงเซียงหนานจะ
เป็นฝ่ายเอ่ยปากเรื่องนี้เอง”
หลิงอวี้จื้อได้แต่รู้สึกว่าตลกดี ดูไม่ออกเลย ปกติเซียวเหยี่ยน
เข้มงวดกับเซียวหนิงมาก นึกไม่ถึงเลยว่าจะกังวลเรื่องพวกนี้ด้วย
นางยื่นมือออกไปดึงมือของเซียวเหยี่ยน
“ข้าคือคนที่ทำให้ลูกสาวเราเสียคนหรือ เรื่องของหวังฉือ อยาก
ถามท่านก็ไปถามเอง ข้าไม่ไป”
“อวี้จื้อ เรื่องเช่นนี้ให้แม่เอ่ยปากจะง่ายกว่า”
เซียวเหยี่ยนค่อนข้างลำบากใจ
หลิงอวี้จื้อหัวเราะลั่น
“ท่านเป็นพ่อของลูกนะ อาเหยี่ยน ท่านต้องให้หนิงเอ๋อร์รู้สึกถึง
ความเป็นห่วงเป็นใยของท่านสักหน่อย”
เซียวเหยี่ยนลังเลสักครู่ สุดท้ายก็รับปาก
“เช่นนั้นก็ได้!”
คุยเรื่องนี้กันเสร็จแล้ว หลิงอวี้จื้อก็ไม่ได้เก็บเอาไปคิดมาก นางรู้
ว่าเซียวเหยี่ยนคงพูดเรื่องนี้ไม่ออก เขามาก็เพื่ออยากให้นางเป็นคน
พูด เรื่องการแสดงความรักต่อลูกสาว เซียวเหยี่ยนไม่รู้เลยว่าควรจะ
ทำอย่างไร
หลิงอวี้จื้อไม่รับปากเรื่องนี้เพราะคิดว่าเซียวหนิงยังเด็ก เพิ่งจะ
อายุสิบแปดปี หากเป็นยุคปัจจุบัน ก็เป็นวัยเพิ่งจบมัธยมปลาย ระยะ
นี้ตนเองก็อาเจียนจนหน้ามืด มีใจจะสนเรื่องเหล่านี้เสียที่ไหน ให้
นางคลอดลูกคนที่ห้าก่อนค่อยว่ากัน
ใครจะไปคิดว่าเซียวเหยี่ยนเป็นฝ่ายไปหานางแล้ว
“เสด็จพ่อของเจ้าพูดเรื่องหวังฉือกับเจ้าแล้วหรือ”
เซียวหนิงพยักหน้า
หลิงอวี้ตื้อรู้สึกค่อนข้างประหลาดใจ ไม่เหมือนกับที่นางคิดไว้
เลย
เดิมทีนางคิดว่าเซียวเหยี่ยนคงพูดไม่ออก นึกไม่ถึงว่าเซียวเหยี่ยน
จะเอ่ยปากไปแล้ว ดูท่าทางเขาคงร้อนใจจริงๆ สำหรับคนยุคโบราณ
อายุสิบแปดปีนับว่าอายุมากสำหรับวัยสาวแล้ว เขากลัวว่าลูกเขยที่
เขาหมายตาไว้จะโดนคนอื่นแย่ง คิดถึงตรงนี้ หลิงอวี้จื้อก็รู้สึกตลก
มาก
“เช่นนั้นเจ้าคิดอย่างไรหรือ”
“ข้าก็แต่งสิ”
เซียวหนิงตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง