ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 631 แต่งตั้งหยวนเฟย
ตอนที่ 631 แต่งตั้งหยวนเฟย
เช้าวันต่อมาหลิงอวี้จื้อนอนจนแดดส่องฟ้าจึงตื่น หลังจากที่
เฉินม่อฉืออไปแล้ว เธอก็นอนพลิกตัวไปมากระมั่งฟ้าสางจึงผล็อย
หลับไป
เพราะเหนื่อยเกินไป จึงหลับจนถึงตอนสายถึงรู้สึกตัวตื่น
หลังกินข้าวเช้าเสร็จ เธอก็อยากจะออกไปเดินเล่นเพื่อดูว่าจะ
สามารถสืบข่าวคราวอะไรได้บ้าง เท้าเพิ่งจะย่างเหยียบพ้นประตูก็
ได้ยินเสียงแหลมสูงดังออกมาจากด้านนอกว่า “มีราชโองการ”
หลิงอวี้จื้อรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่บ้าง เวลานี้จะมีราช
โองการมาที่นี่ได้อย่างไร เฉินม่อฉือคิดจะเล่นลูกไม้อะไรอีก
แม้จะรู้สึกสงสัย แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธการรับราชโองการได้ จึง
รีบเดินออกไปคุกเข่าลงตรงหน้ากงกงผู้มาประกาศราชโองการ
ทันที
แต่เนื้อหาในราชโองการกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าเป็น
เสี่ยงๆ กระทั่งลืมเอ่ยขอบพระทัย
เมื่อเห็นหลิงอวี้จื้อคุกเข่านิ่งไม่ขยับ เติ้งกงกงที่ประกาศราช
โองการจบแล้วได้แต่ยิ้มประจบ “หยวนเฟย รีบรับราชโองการเถิด
พะยะค่ะ”
หลิงอวี้จื้อลุกขึ้นด้วยร่างอันแข็งทื่อ เฉินม่อฉือต้องเสียสติไป
แล้วแน่ๆ ทั้งที่ตกลงกันชัดเจนแล้วว่าจะให้เวลาเขาหนึ่งเดือน แต่
กลับแต่งตั้งเธอเป็นหยวนเฟย ให้เธอเป็นหนึ่งในสนมของเขา มัน
ช่าง…
เธอไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายความรู้สึกของเธอในตอนนี้ หาก
เฉินม่อฉือไม่ใช่ฮ่องเต้ เธอคงไปต่อยเขาแล้ว
“หม่อมฉันน้อมรับราชโองการเพคะ”
หลิงอวี้จื้อไม่อาจแสดงท่าทีต่อต้านได้อย่างเปิดเผย เธอจึงเพียง
รับราชโองการมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
เติ้งกงกงกลับดีใจยิ่ง เขายังคงเอ่ยประจบด้วยรอยยิ้มต่อไปว่า
“ยินดีกับหยวนเฟยด้วยพะยะค่ะ ฝ่าบาททรงมีพระเมตตากับหยวน
เฟยเช่นนี้ ต่อไปพระองค์คงได้เลื่อนตำแหน่งอย่างแน่นอนพะยะ
ค่ะ”
หลิงอวี้จื้อให้นางกำนัลเอาเงินมาให้เติ้งกงกงเป็นน ้าใจ หลังจาก
ไล่เติ้งกงกงไปแล้วก็เดินกลับห้องไปเช่นเดิม
คนทั่วศาลาฟังฝนต่างดีใจกันยกใหญ่ แต่เมื่อเห็นสีหน้าบูดบึ้ง
ของหลิงอวี้จื้อก็ต่างมึนกันไปหมด ไม่รู้ว่าหลิงอวี้จื้อเป็นอะไรกัน
แน่ ควรต้องทราบว่านี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดเลยต่างหาก
นางเพิ่งจะเข้าวังมาเมื่อวาน วันนี้ถูกแต่งตั้งให้เป็นหยวนเฟยแล้ว
เห็นชัดว่าฝ่าบาททรงให้ความสำคัญกับนาง เป็นครั้งแรกเลยที่วัง
หลังมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
เฉินม่อฉือเฉยชากับบรรดาชายาสนมมาตลอด ทั้งนานๆ ทีจะมา
ที่วังหลังสักครั้ง เมื่อเขาปฏิบัติกับสตรีผู้หนึ่งเช่นนี้ก็ย่อมกลายเป็น
เรื่องเล่าลือขนานใหญ่ในวังหลังเป็นธรรมดา
เสี่ยวเตี๋ยนางกำนัลใหญ่แห่งศาลาฟังฝนเดินตามหลิงอวี้จื้อเข้าไป
ในห้อง แล้วเอ่ยถามด้วยความระแวดระวังว่า “หยวนเฟย เป็นอันใด
หรือเพคะ”
“เลิกเรียกข้าว่าหยวนเฟยได้แล้ว ข้าไม่ใช่หยวนเฟยของพวกเจ้า”
หลิงอวี้จื้อรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา “เจ้าออกไปเถอะ ข้าอยากอยู่คน
เดียว”
เสี่ยวเตี๋ยดูออกว่าหลิงอวี้จื้ออารมณ์ไม่ดีจึงไม่กล้าพูดมาก ได้แต่
ออกจากห้องไปก่อนเท่านั้น
ต่อจากนั้นสิ่งของพระราชทานต่างๆ จากเฉินม่อฉือก็หลั่งไหล
มาที่ศาลาฟังฝนดั่งสายน ้า ทั้งอัญมณี ไข่มุก เครื่องประดับ เสื้อผ้า
แพรพรรณ มีพร้อมสรรพทุกสิ่ง ไม่นานคลังห้องเก็บของในศาลา
ฟังฝนก็เต็ม
บ่าวไพร่น้อยใหญ่ในศาลาฟังฝนต่างดีใจจนยิ้มไม่หุบ มีเพียงหลิ
งอวี้จื้อที่เอาแต่หน้าบึ้ง ตอนนี้เธออยากจะถามเฉินม่อฉือเหลือเกิน
ว่าเขาต้องการอะไรกันแน่
เดิมคิดจะไปหาเฉินม่อฉือด้วยตัวเอง แต่ถูกองครักษ์ที่เฝ้าหน้า
ประตูศาลาฟังฝนขวางไว้ หมายความว่าเฉินม่อฉือก็กักบริเวณเธอ
เหมือนกันหรือ
คิดจะขังเธอไว้หนึ่งเดือนงั้นหรือ เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลิงอวี้จื้อก็ห
งุดหงิดยิ่ง แล้วมันแตกต่างกับนกน้อยที่อยู่ในตรงไหนหรือ
เมื่อถึงยามบ่าย เฉินม่อฉือก็มาหาเธอในที่สุด หลิอวี้จื้อต้องอด
กลั้นแล้วอดกลั้นอีกจึงสามารถสะกดไฟโทสะที่เก็บไว้ในท้องให้
สงบลงและทำให้ตัวเองพูดจาด้วยน ้าเสียงอันเป็นปกติได้ “ฝ่าบาท
ทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเพคะ”
“ไม่ชอบของที่เราให้หรือ งั้นพรุ่งนี้เราจะส่งแบบใหม่มาให้”
“เราจะไม่พูดเรื่องสิ่งของกันเพคะ แต่หม่อมฉันอยากทราบว่า
ตำแหน่งหยวนเฟยคืออะไรเพคะ”
เฉินม่อฉือนั่งลงด้วยอารมณ์อันดียิ่ง ใบหน้าบึ้งตึงที่หงุดหงิดอยู่
เสมอนั้นถึงกับยิ้มออกมา “นี่เป็นตำแหน่งที่เราตั้งใจมอบให้เจ้า
โดยเฉพาะ ‘หยวน’ เหมาะกับเจ้ายิ่ง”