ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 629 ให้โอกาสเราสักครั้ง
หลิงอวี้จื้อร่างแข็งทื่อไป เธอเบี่ยงกายหลบมือที่ยื่นเข้ามาหาของ
เฉินม่อฉือ แต่เฉินม่อฉือไม่แม้แต่จะใส่ใจ
“พรุ่งนี้เราไม่ว่าราชการเช้าแล้ว” เฉินม่อฉือมีสีหน้าไม่ยี่หระต่อ
สิ่งใด “อย่างไรก็ไม่มีเรื่องสำคัญอันใดที่ต้องพูด อวี้จื้อ หลายปีมานี้
เราได้แต่งตั้งฮองเฮา ทั้งมีพระชา สนม ข้างกายมีสตรีห้าหกคน แต่
เราไม่เคยจูบพวกนางเลย ไม่รู้เหตุใด ทุกครั้งที่จะจูบพวกนาง ในหัว
ก็มีแต่ภาพเจ้า เราจึงไม่ชอบจูบกับผู้อื่น”
“เรามักนึกถึงบ่ายวันนั้นเมื่อห้าปีก่อนเสมอ แม้จะรู้ว่าเจ้าไม่มีวัน
กลับมาอีกแล้ว แต่เราก็ลืมไม่ได้ จึงได้แต่ตามหาศิลาวิญญาณกับ
ไข่มุกเมฆสวรรค์เพื่อให้เจ้าฟื้นคืนมา”
“แม้ศพของเจ้าอยู่กับเซียวเหยี่ยน แต่เราก็ยังอยากให้เจ้าฟื้นคืน
มา ขอเพียงเจ้าฟื้น ต่อให้ยังคงเป็นภรรยาของเซียวเหยี่ยนต่อไป เรา
ก็รับได้ แต่ตอนนี้สวรรค์ส่งเจ้ามาให้เราแล้ว สรรค์ให้โอกาสเรา
แล้วจะให้เราส่งเจ้าไปให้เซียวเหยี่ยนง่ายๆ งั้นหรือ ต่อให้เจ้าไม่
พอใจ เราก็ต้องพยายามเพื่อตัวเองสักครั้ง อวี้จื้อ ให้โอกาสเราได้
หรือไม่ เราแค่อยากได้โอกาสแค่เพียงสักครั้ง เจ้าเคยบอกว่าหากรัก
ใครสักคนจะไม่กล้าทำร้ายเขา เราเองก็ไม่กล้าทำร้ายเจ้าเช่นกัน
และจะไม่มีทางทำ เราแค่ต้องการโอกาสเท่านั้น เราเป็นถึงฮ่องเต้ มี
หรือจะให้ความสุขเจ้าไม่ได้”
หลิงอวี้จื้อไม่เคยสนใจเฉินม่อฉือเลย ในสายตาเธอ เขาเป็นเพียง
เด็กน้อยคนหนึ่ง ส่วนเรื่องที่เขาชอบเธอ เธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องน่า
ตกใจมาตลอด และไม่เคยให้ความสนใจกับเรื่องนี้อย่างจริงจังเลย
ตอนนี้ได้เห็นเฉินม่อฉือที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ทั้งยังพูดวาจาเช่นนี้กับ
เธอด้วยสีหน้าจริงจัง มันก็ทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ไม่น้อย
ขอบคุณนะที่ชอบฉัน แต่ฉันคงตอบรับอะไรไม่ได้
ชั่วชีวิตนี้เธอได้มอบให้กับเซียวเหยี่ยนแล้ว ในใจไม่ทางมีใคร
ได้อีก ไม่ว่าซ่งเฉิงหรือเฉินม่อฉือที่อยู่ตรงหน้า กับพวกเขา เธอไม่
เคยหวั่นไหวเลย คิดแค่จะต้องกลับไปหาเซียวเหยี่ยนให้ได้เท่านั้น
“ฝ่าบาท จะมีความสุขหรือไม่ ไม่เกี่ยวอันใดกับฐานะหรอกเพ
คะ ชั่วชีวิตของเราพบเจอคนมากมาย ดังนั้น
“เจ้าอย่าได้พูดเรื่องพวกนี้กับเรา หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือนค่อยให้
คำตอบเรา”
เฉินม่อฉือพลันอุ้มหลิงอวี้จื้อขึ้น การทำเช่นนี้ทำให้หลิงอวี้จื้อตก
ใจยิ่ง แม้แต่พูดจายังติดอ่าง “ทำ…ทำอะไรน่ะ”
“เจ้าบอกว่าจะนอนไม่ใช่หรือ เราจะไปส่งอย่างไรเล่า”
“ไม่ต้องเพคะ หม่อมฉันมีขา”
“เราก็มีขา และขาเราก็เดินเร็วกว่าเจ้าด้วย”
เฉินม่อฉือไม่สนใจท่าทีขัดขืนของหลิงอวี้จื้อ เขาเดินอุ้มเธอไป
วางลงที่เตียง
ใจของหลิงอวี้จื้อแทบจะกระดอนขึ้นมาถึงคอหอยแล้ว เธอกลัว
ว่าเฉินม่อฉือจะขาดสติขึ้นมา เธอคิดไว้แล้วว่าถ้าเขากล้าล่วงเกินเธอ
เธอคงต้องกัดเขาแล้วล่ะ
เฉินม่อฉือวางหลิงอวี้จื้อลงบนเตียง ทั้งยังห่มผ้าให้เธอด้วย
หลิงอวี้จื้อรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา
ครั้งนี้เฉินม่อฉือไม่ได้แตะต้องเธอ เขารู้ว่าเฉินอวี้จื้อไม่ชอบให้
เขาถูกเนื้อตัวเธอ ในเมื่อมีเวลาอีกหนึ่งเดือน เขาก็ไม่อยากให้หนึ่ง
เดือนนี้ทำให้หลิงอวี้จื้อเกลียดเขา หนึ่งเดือนนี้ เขาแค่อยากจะรัก
ทะนุถนอมเธอ ให้เธอรู้ว่า เขาไม่ใช่เด็กน้อยเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว
“นอนเถิด พรุ่งนี้เราค่อยมาเยี่ยมเจ้าใหม่”
พูดจบเฉินม่อฉือก็จากไป หลิงอวี้จื้อถึงกับถอนหายใจออกมา
หนักๆ อันตรายจริงๆ ไม่งั้นเธอคงต้องเป็นบ้าแน่ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญ
ที่สุดคือเธอต้องส่งจดหมายถึงเซียวเหยี่ยนให้ได้ เธอไม่รู้จักใครเลย
ในวัง แม้แต่ในเมืองหลวงแห่งนี้ เธอก็รู้จักแค่เพียงจูจิ่นคนเดียว
เท่านั้น ไม่รู้ว่าจูจิ่นจะเข้าวังมาบ่อยแค่ไหน หากได้พบกับจูจิ่นในวัง
สักครั้งก็คงดี นางต้องคอยสืบข่าวคราวของจูจิ่นให้