ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 625 คืนนี้ต้องหยั่งเชิงดูเสียหน่อยแล้ว
ตอนที่ 625 คืนนี้ต้องหยั่งเชิงดูเสียหน่อยแล้ว
หลิงอวี้จื้อยังคงแสร้งนอนหลับต่อ แต่เฉินม่อฉือกลับไม่ไปสักที
คล้ายว่าถ้าเธอไม่ตื่น เฉินม่อฉือก็จะไม่ไปเด็ดขาด
ทำอย่างไรได้ หลิงอวี้จื้อจึงจำต้องลืมตาขึ้น มิฉะนั้นเกรงว่า
เฉินม่อฉือคงจะอยู่ที่นี่ทั้งคืนแน่ การแกล้งหมดสตินั้นทรมานไม่
น้อยเลย
เมื่อเห็นว่าหลิงอวี้จื้อลืมตาขึ้น เฉินม่อฉือก็เผยรอยยิ้มออกมา
“เจ้าฟื้นแล้ว”
“เหตุใดฝ่าบาทจึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่าเพคะ”
หลิงอวี้จื้อแสร้งเป็นไม่รู้ว่าเฉินม่อฉืออยู่ที่นี่จึงตั้งใจเอ่ยถาม
เช่นนั้นออกมา
“เราก็อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว”
สีหน้าของเฉินม่อฉือผ่อนคลายลงไปมาก แต่ยังคงบึ้งตึงอยู่
หลิงอวี้จื้อไม่ใช่รู้จักเขามาแค่เพียงวันเดียวเสียเมื่อใด ย่อมรู้ดีว่าเขามี
สีหน้าบึ้งตึงเช่นนี้มาตั้งแต่เล็ก ทั้งยังขี้หงุดหงิดมากอีกด้วย
เธอนับเป็นคนที่รู้จักเอาใจผู้อื่น แต่ตอนที่เธอเป็นสหายร่วมเรียน
นั้น นางรู้สึกทรมานยิ่ง ไม่รู้เมื่อใดที่เฉินม่อฉือจะมีโทสะขึ้นมา ทำ
ให้คนคาดเดาไม่ได้จริงๆ เขาเป็นคนอารมณ์แปรปรวนอย่างแท้จริง
ผู้หนึ่งเลย
หลิงอวี้จื้อรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เธอไม่รู้ควรพูดอะไรกับเฉินม่อฉือดี
นอนนานเช่นนี้ทำให้รู้สึกปวดเบาขึ้นมาจึงแหวกม่านจะลงจากเตียง
เฉินม่อฉือห้ามเธอไว้ทันที “เจ้านอนพักอีกสักครู่เถอะ”
“เออ ฝ่าบาท หม่อมฉันปวดเบาเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินม่อฉือจึงไม่ห้ามหลิงอวี้จื้ออีก เขาเอ่ยกำชับ
ขึ้นว่า “ไปเอากระโถนมา”
“ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันไปเองเพคะ”
เอากระโถนเข้ามาถึงทีนี่ เธอจะฉี่ออกได้อย่างไร จู่ๆ เฉินม่อฉือก็
ดีกับเธอถึงเพียงนี้ ทำให้เธอรู้สึกไม่ชินจริงๆ
หลิงอวี้จื้อลุกขึ้น เธอไม่แม้แต่จะถวายพระพรก็วิ่งออกไปทันที
เฉินม่อฉือกลับไม่ถือสา เขาลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะแล้วรินน ้าให้ตน
ถ้วยหนึ่ง
เดิมเขาควรต้องไปนานแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าหญิงผู้นี้
เหมือนกับหลิงอวี้จื้อมาก เขาคงบ้าไปแล้วถึงคิดว่าคนของสำนักอู๋จี๋
เหมือนหลิงอวี้จื้อ
เขาหยิบกาน ้าชาขึ้นมารินให้ตนเอง เมื่อจิบไปคำหนึ่งก็รู้สึก
แปลกๆ เหตุใดรสชาติถึงได้เปรี้ยวๆ หวานๆ เช่นนี้ เขาเปิดฝาออก
จึงเห็นส้มโออยู่ในกา เขาเรียกนางกำนัลเข้ามาถามทันทีว่า “นี่คือชา
อะไร”
นางกำนัลไม่รู้ความนัย เมื่อเห็นสีหน้าของเฉินม่อฉือเคร่งเครียด
เช่นนั้นก็ตกใจจนต้องคุกเข่าลงกับพื้น “ฝ่าบาท ชานี้แม่นางเจียงอวี้
ทำเองเพคะ”
“นางบอกว่าอยากจะดื่มชาส้มโอใส่น ้าผึ้ง หม่อมฉันไม่รู้จักชา
ชนิดนี้ นางจึงให้หม่อมฉันเตรียมน ้าผึ้งกับส้มโอมาให้ ส่วนที่เหลือ
แม่นางเจียงอวี้ทำเองทั้งสิ้นเพคะ”
เส้นโลหิตบนหลังมือของเฉินม่อฉือถึงกับปูดโปนขึ้นมา เขาถาม
ต่อไปว่า “เจ้ารู้สึกว่านางมีอะไรที่แปลกๆ บ้างหรือไม่”
“บางครั้งแม่นางเจียงอวี้ก็พูดจาประหลาดอยู่บ้างเพคะ เป็นคำที่
หม่อมฉันไม่เคยได้ยิน จึงไม่เข้าใจว่าหมายความอย่างไร”
“อะไรที่ว่าประหลาด”
นางกำนัลคิดว่าหลิงอวี้จื้อต้องมีอะไรไม่ดีแน่ๆ จึงไม่กล้าปิดบัง
นางคิดทบทวนคำพูดแสนประหลาดของหลิงอวี้จื้ออย่างละเอียด
แล้วเอ่ยตอบหมดเปลือกว่า “แม่นางเจียงอวี้ไม่ได้พูดกับหม่อมฉัน
มากนัก แต่วันนี้ที่หม่อมฉันเอาอาหารมาส่ง นางบอกว่า ‘อาหาร
อร่อยมาก ต้องกดไลค์ให้พ่อครัวซะแล้ว’ เพคะ”
เฉินม่อฉือบีบถ้วยชาแน่นจนมันแทบแหลกคามือแล้ว หลิงอวี้จื้อ
เคยพูดว่า ‘กดไลค์’ ให้เขาเช่นกัน เหตุใดเจียงอวี้ถึงพูดเหมือน
หลิงอวี้จื้อไม่มีผิด ทั้งเรื่องชาส้มโอผสมน ้าผึ้งนี้อีก มันเป็นของ
โปรดของหลิงอวี้จื้อชัดๆ
หลิงอวี้จื้อพูดถึงชาชนิดนี้กับเขาอยู่หลายครั้ง เขาแค่รู้สึกว่ามัน
แปลก แต่ก็ทราบภายหลังว่าเซียวเหยี่ยนทำไว้ให้นางตั้งมากมาย จึง
รู้สึกไม่พอใจยิ่ง และเขาเองก็เคยแอบลองชิมดูแล้วถึงรู้ว่ารสชาติ
ของชาชนิดนี้เป็นอย่างไร
เขารู้สึกสงสัยขึ้นมาแต่ก็ควบคุมตนไว้ไม่ให้ไปถามเอาความจริง
กับหลิงอวี้จื้อตรงๆ เสียตอนนี้ คืนนี้เขาจะลองหยั่งเชิงนางดูสัก
หน่อย เขาไม่ใช่เฉินม่อฉือในอดีตอีกต่อไป