ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 520 นี่สิคือผู้ชายของเธอ
ตอนที่ 520 นี่สิคือผู้ชายของเธอ
หลิงอวี้จื้อถามอย่างตกใจ ก่อนหน้านี้เธอสงสัยมู่หรงกวานเย่ว์
ต่อมารู้สึกว่าไม่ใช่ และไม่มีเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องนี้ ประกอบกับมี
เรื่องเฉินปี้โผล่มา เธอจึงไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องเหล่านี้
“นี่ก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐาน แต่ข้าเชื่อว่าตนเองเดาไม่ผิด เรื่องนี้
น่าจะเป็นอู๋อ๋อง
เมื่อก่อนข้าก็ไม่รู้สึกว่าอู๋อ๋องจะมีความคิดล ้าลึ้กถึงเพียงนี้ ข้าจะ
หาหลักฐานพิสูจน์เรื่องนี้ อวี้จื้อ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า
เจ้าไม่ต้องกังวล
อู๋อ๋องเจ้าเล่ห์เพียงนี้ จะหาหลักฐานจากเขานั้นไม่ง่าย หลังจาก
กำจัดเว่ยอ๋องไปแล้ว นี่จะนับว่าเป็นสงครามที่ยืดเยื้อ”
หลิงอวี้จื้อเงียบ เดิมทีคิดจะบอกเรื่องเฉินปี้ให้เซียวเหยี่ยนรู้ คิด
ไปคิดมาก็ช่างเถอะ เธอย่อมเชื่อความสามารถในการตัดสินใจของ
เซียวเหยี่ยนอยู่แล้ว
ก่อนนี้เธอรู้สึกเชื่อใจเฉินเซี่ยวหรูอย่างบอกไม่ถูก พูดตรงๆ ก็คือ
ได้รับอิทธิพลมาจากซ่งเฉิง ตอนนี้เธอแยกเฉินเซี่ยวหรูกับซ่งเฉิง
ออกจากกันนานแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงไม่หลับหูหลับตาปกป้อง
เฉินเซี่ยวหรูอีก
หากเฉินเซี่ยวหรูติดต่อกับสำนักอู๋จี๋จริง เช่นนั้นเฉินเซี่ยวหรูก็น่า
กลัวจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะแอบสมรู้ร่วมคิดกับองค์กรวิปริตในยุทธ
ภพเช่นนี้
สำนักอู๋จี๋น่ากลัวเพียงใด เธอสัมผัสมาแล้วกับตัว ทำไปทำมาเฉิน
เซี่ยวหรูก็เป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตคนหนึ่ง
ไม่ว่าเฉินเซี่ยวหรูแต่งงานกับเฉินปี้เพราะอะไร เธอก็จะไม่มีทาง
เกี่ยวข้องกับเฉินเซี่ยวหรูอีกแล้ว เพื่อนที่เดาใจยากขนาดนี้ เธอไม่
เอา และไม่กล้าเอาด้วย
ไม่ว่าอย่างไร เธอก็จะยืนอยู่เคียงข้างเซียวเหยี่ยน นี่สิคือผู้ชาย
ของเธอ
“อู๋อ๋องเหลี่ยมจัดร้อยเล่ห์จริงๆ ท่านต้องระวังนะ”
“อวี้จื้อ เมื่อก่อนเจ้าก็หลับหูหลับตาปกป้องอู๋อ๋องอยู่เสมอ”
หลิงอวี้จื้อกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย กระแอมไอเบาๆ
“ใครไม่เคยหลงผิดตอนเยาว์วัยบ้าง”
“เช่นนั้นเจ้าก็โตไวดีจริง”
หลิงอวี้จื้อไม่ยอมให้ตนถูกมองว่าอ่อนด้อย
“แน่นอน ไม่กี่เดือนจากแม่นางก็กลายเป็นฮูหยินแล้ว”
เซียวเหยี่ยนหัวเราะฮาลั่น ยื่นมือออกไปลูบจมูกหลิงอวี้จื้อ ถาม
อย่างเอาใจใส่ว่า
“ลมค่อนข้างแรง หนาวหรือไม่”
หลิงอวี้จื้อส่ายหน้า
“ตัวท่านอุ่นดี จะหนาวได้อย่างไร”
“เจ้าลูบคลำข้าหรือ”
“น่าเกลียด ไม่ยุ่งกับท่านแล้ว”
หลิงอวี้จื้อถลึงตาใส่เซียวเหยี่ยน ลุกขึ้นนั่งบนพื้น เงยหน้า รู้สึก
ถึงกลีบดอกไม้ที่ร่วงลงบนหน้า ราวกับขนนก ไล้ใบหน้าเธอเบาๆ
หลิงอวี้จื้อหลับตาทำหน้าดื่มด ่า สบายจัง ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูที่ดี
จริงๆ
ลมแรงพัดมาวูบหนึ่ง กลีบดอกท้อร่วงหล่นไม่ขาดสาย
ร่วงกระจัดกระจายลงบนหน้าและผมดำขลับของหลิงอวี้จื้อ
เซียวเหยี่ยนก็ลุกขึ้นนั่ง หันไปมองหลิงอวี้จื้อ มองดูจนเหม่อโดยไม่
รู้ตัว
ปกติหลิงอวี้จื้อจะเหมือนเด็กน้อย แต่บางครั้งก็ดูเป็นสาวสะพรั่ง
ขึ้นมา เช่นเธอในขณะนี้ ราวกับเทพธิดาในป่า มีชีวิตชีวามาก
ดอกไม้กลีบหนึ่งร่วงลงบนหน้าหลิงอวี้จื้อพอดี เซียวเหยี่ยนยื่น
มือไปหยิบกลีบดอกไม้บนใบหน้าของหลิงอวี้จื้อ ผิวของหลิงอวี้จื้อ
นุ่มลื่นเปล่งปลั่ง เรืองรองภายใต้แสงอาทิตย์
เซียวเหยี่ยนลูบไล้ใบหน้าของหลิงอวี้จื้อ ฝ่ามือหยาบไล้ผ่าน
ใบหน้าของหลิงอวี้จื้อ จู่ๆ หลิงอวี้จื้อก็ลืมตา จับมือเซียวเหยี่ยน
เอาไว้ ดวงตาเปล่งประกายคู่นั้นราวกับดวงดาวพราวแพรว ทั้ง
สดใสและส่องสว่าง
สองคนยืนจ้องมองกันอยู่เช่นนั้น หน้าเธอแดงผ่าวอย่างห้าม
ไม่ได้ เหมือนจะรู้สึกเขินอาย จึงหลบตาลง
เซียวเหยี่ยนยื่นมือไปเชยคางหลิงอวี้จื้อขึ้นมา จุมพิตลงบนริม
ฝีปากของเธอ
มั่วชิงกับอู่จิ้นเฝ้าอยู่ไกลๆ ทั้งคู่ต่างเสมองไปทางอื่น ไม่กล้าดูต่อ
แต่ก็รู้สึกว่าฉากที่เห็นตรงหน้าราวกับรูปวาดอันงดงาม เห็นเช่นนี้
แล้ว สุดท้ายสองคนอยู่ด้วยกันแล้วก็เหมาะสมกันเหลือเกิน